1
2

อัญมณีประจำราศี > กรกฎาคม - ทับทิม Ruby

Loose Burmese Ruby
Super Gem Quality


ทับทิม...อัญมณีของชาวราศีกรกฎ

ทับทิม...อัญมณีของชาวราศีกรกฎ
รายงานโดย :สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (จีไอเอ)

ในบรรดาหนุ่มสาวทุกราศี ชาวราศีกรกฎดูเหมือนจะเป็นแม่บ้านพ่อเรือนมากที่สุด เพราะความสุขของพวกเขาคือการได้อยู่กับครอบครัว
คนธาตุน้ำแห่งจักรราศีที่ 4 นี้ โดยมากมักเป็นคนมีเสน่ห์ โรแมนติกและใส่ใจคนรอบข้าง โดยเฉพาะครอบครัวและเพื่อนฝูงอยู่เสมอ แต่ก็ต้องพึงระวังว่าในบางครั้งการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้คนอื่นอาจจะนำผลร้ายมาสู่ตนเองได้เช่นกัน นอกจากนี้ชาวราศีกรกฎเป็นคนที่มีความจำดี เรียนดี แถมยังมีรสนิยมด้านศิลปะหรือดนตรีดีอีกด้วย ชาวราศีปูมีดวงจันทร์เป็นธาตุเจ้าเรือนจึงส่งผลให้ชาวราศีนี้มีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆ ลงๆ เหมือนกระแสน้ำที่ได้รับอิทธิพลจากดวงจันทร์ อัญมณีประจำราศีนี้คือทับทิม สีแดงสดใสของอัญมณีชนิดนี้จะช่วยเสริมพลังให้กับผู้สวมใส่ให้มีความกระชับกระเฉง แจ่มใสอยู่เสมอ

ทับทิมในภาษาอังกฤษที่เรียกกันว่า

Ruby นั้น มาจากคำว่า Ruber ซึ่งเป็นภาษาละตินแปลว่าสีแดง ในภาษาสันสกฤตเรียกทับทิมว่า Ratnaraj ซึ่งมีความหมายว่า “ราชาแห่งอัญมณี” ในสมัยโบราณทับทิมเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟ อำนาจ และพลังงาน เชื่อกันว่าพลอยสีแดงนี้จะทำให้ผู้สวมใส่มีสุขภาพดี ร่ำรวยเงินทองและสติปัญญา มีความรักที่สุขสมหวัง ในบางแห่งมีตำนานกล่าวว่าทับทิมจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้เจ้าของ นอกจากนี้หลายชนเผ่าในสมัยโบราณยังนำทับทิมมาทำเป็นกระสุนและนำมาบดเป็นผงเพื่อมาทำเป็นยาอีกด้วย

ทับทิมเป็นพลอยสีในตระกูลแร่คอรันดัม (Corundum)

ซึ่งเป็นกลุ่มแร่ที่มีส่วนประกอบ ของอะลูมินัมออกไซด์
แร่กลุ่มนี้มีความแข็ง เป็นอันดับ 2 รองลงมาจากเพชร
สีแดงของทับทิมเกิดจาก โครเมียมที่ปนอยู่ในแร่คอรันดัม เรามักจะพบทับทิมหลายเฉดสีตั้งแต่สีแดงอมส้มไปจนถึงสีแดงอมม่วง
แหล่งทับทิมที่สำคัญของโลก อยู่ในทวีปแอฟริกาและเอเชีย เช่น มาดากัสการ์ เคนยา แทนซาเนีย ปากีสถาน ศรีลังกา พม่า และไทย ทับทิมในแต่ละประเทศนั้นจะมีลักษณะต่างกันตามลักษณะการกำเนิดของพลอย เป็นต้นว่าทับทิมจากโมกอก ประเทศพม่า

ซึ่งเป็นแหล่งทับทิมที่ได้รับความนิยมมาก จะมีสีแดงสดใสมากกว่าเพราะว่าเป็นทับทิมที่เกิดในหินจำพวกหินอ่อนซึ่งมีธาตุเหล็กต่ำ ส่วนทับทิมของประเทศไทยจะมีสีมืดกว่าเพราะว่ามีธาตุเหล็กเจือปนมากกว่า สีที่ดีที่สุดคือสีแดงสดเลือดนกพิราบ (Pigeon Blood) ยิ่งสีสดเท่าไหร่ยิ่งมีราคาแพงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ควรจะเลือกจากความชอบของตัวเองเป็นหลัก

ปัจจัยต่อมาที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อทับทิมคือความใสของเนื้อพลอย ควรเลือกทับทิมที่ใส มีตำหนิน้อย แต่ก็ใช่ว่าตำหนิหรือมลทิน (Inclusion) ในเนื้อพลอยจะทำให้ทับทิมเม็ดนั้นด้อยราคาเสมอไป มลทินคือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยตามธรรมชาติตามลักษณะการกำเนิดอัญมณี โดยมากเมื่อเราส่องดูทับทิมผ่านแว่นขยายเราจะเห็นเส้นเข็มเล็กๆ บางๆ อยู่ในเนื้อพลอย เข็มเหล่านั้นเรียกว่ารูทิล (Rutile) หากเส้นเข็มเหล่านั้นเกิดในลักษณะตัดกัน ก็จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ในทับทิม เมื่อส่องกับไฟแล้วจะเห็นเป็นรูปดาว เรียกทับทิมที่มีปรากฏการณ์เช่นนี้ว่า Star Ruby ซึ่งเป็นที่นิยมและมีราคาสูง

ในปัจจุบันมีเทคนิคหลายอย่างที่พ่อค้านำมาปรับปรุงคุณภาพพลอย ซึ่งเราก็ไม่ควรที่จะต้องเสียสตางค์กับทับทิมที่สวยเพราะผ่านการปรับปรุงคุณภาพในราคาที่เท่ากับของสวยที่เกิดตามธรรมชาติ ชาวราศีกรกฎที่กำลังจะเลือกทับทิมชิ้นแรกควรศึกษาข้อมูลจากผู้มีความรู้ทางด้านอัญมณี หรือเลือกซื้อทับทิมที่มีใบรายงานผลจากสถาบันอัญมณีที่เป็นที่น่าเชื่อถือ เพื่อจะทำให้แน่ใจว่าได้พลอยที่มีคุณภาพตามต้องการ คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ทับทิม (Ruby) จะใช้เป็นสัญลักษณ์ของผู้มีอำนาจ มีความเชื่อกันว่าทับทิมเป็นอัญมณีของดาวอังคารและของพระอาทิตย์ ช่วยเสริมความเชื่อมั่นในตัวเองและเพิ่มความเข้มแข็งของจิตใจแก่ผู้สวมใส่ คำว่า Ruby มาจากคำว่า Rubeus ในภาษาละติน ที่แปลว่า สีแดง

ทับทิมเป็นแร่คอรันดัม (Corrundum) ชนิดหนึ่งที่มีสีแดงและมีคุณค่ามีราคาสูง คอรันดัมประกอบขึ้นด้วยธาตุอะลูมิเนียมและออกซิเจน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในหินหลายชนิด หลายบริเวณทั่วโลก แต่สำหรับผลึกแร่ทับทิมชนิดที่มีความโปร่งใส สีสวยงาม ที่ให้ระดับคุณภาพรัตนชาติจะหาได้ยากมาก ดังนั้นทับทิมสีสวย คุณภาพชั้นหนึ่ง ก็จะมีราคาสูง

ทับทิม จะพบอยู่ในแหล่งสะสมตัวแบบทุติยภูมิ มากกว่าในแหล่งแบบปฐมภูมิ เนื่องจากหินต้นกำเนิดผุพังสึกกร่อน และผลึกทับทิมถูกพัดพามาสะสมตัวในชั้นกะสะ ชั้นกรวดทรายต่างๆ และส่วนมากจะยังคงรูปร่างลักษณะของรูปผลึกเดิมอยู่เนื่องจากมีความแข็งสูง (Hardness = 9) และมีความต้านทานคงทนต่อปฏิกิริยาทางเคมีต่างๆ ได้ดี หรืออาจจะพบได้ในลักษณะของกรวดกลมมนก็ได้

ผลึกทับทิม ที่พบในธรรมชาติมักจะมีผิวด้าน มีความวาวมันเล็กน้อย แต่หลังจากทำการเจียระไนขัดมันแล้ว จะมีสีและความแวววาวสวยงามไม่เป็นรองเพชรเลย
คอรันดัมระดับรัตนชาติที่สามารถเรียกเป็นทับทิมได้นั้น จะต้องมีสีแดงหรือสีแดงอมม่วง และมีความมืดสว่างพอดี คอรันดัมชนิดที่มีสีออกชมพู หรือมีสีแดงอ่อนควรจะเรียกว่าแซปไฟร์สีชมพู ถ้ามีสีออกม่วงกว่าสีแดงควรจะเรียกว่าแซปไฟร์สีม่วง เว้นในชนิดที่มีสีไม่แดงมากแต่แสดงลักษณะปรากฏการณ์พิเศษได้ เช่น รูปดาว หรือสาแหรก อาจจะเรียกเป็นทับทิมได้ เช่น ทับทิมสาแหรก (Star Ruby) เป็นต้น

สิ่งที่ทำให้เกิดสีแดงของทับทิม
คือธาตุโครเมียม และถ้ามีสีน้ำตาลปนจะเกิดจากธาตุเหล็กผสมอยู่เล็กน้อย สีแดงของทับทิมมักจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละแหล่ง บางแหล่งอาจจะมีสีเหมือนกันหรือต่างกัน หรืออาจมีสีเหมือนกันได้ในหลายแหล่ง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่จะพิจารณาตัดสินถึงแหล่งกำเนิดของทับทิมจากลักษณะของสีเพียงอย่างเดียว


ทับทิมที่มีคุณสมบัติทางแสงที่พิเศษประการหนึ่งคือ
การมีสีแฝด 2 สี ซึ่งก็คือการมองเห็นสีได้ 2 สีต่างกันในผลึกเดียวกัน เมื่อมองดูทับทิมในทิศทางที่ต่างกัน เช่น ส้ม กับแดงอมส้ม หรือแดงกับแดงอมม่วง เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว สีของทับทิมอาจจะดูเหมือนมีสีแดงเข้มสดสวย หรือมีความสว่างของสีแดงมากกว่าปกติ ถ้ามองดูภายใต้แสงไฟจากหลอดมีไส้ แสงเทียน หรือแม้แต่ในแสงแดดที่มีรังสีอัลตราไวโอเลตอยู่ ดังนั้นทับทิมที่มีสีแดงไม่มาก หรือแดงอมม่วง ก็จะมีสีแดงสวยมากขึ้นเมื่อมองดูด้วยแสงดังกล่าว และในแสงแบบฟลูออเรสเซนต์ก็จะให้ผลตรงกันข้ามคือ มีสีด้านไม่สวย


ทับทิมที่ถือว่ามีสีแดงสวยงามมากที่สุด
มาจากแหล่งในประเทศพม่า เรียกว่า สีเลือดนกพิราบ ซึ่งจะมีสีแดงสดบริสุทธิ์ และมีสีน้ำเงินปนเล็กน้อย เป็นสีที่นิยมและเป็นที่ต้องการมาก สำหรับชนิดสีที่รองลงมา เป็นสีแดงอมม่วง มีความมืดพอสมควร และบางครั้งมีสีแดงอมดำ ซึ่งจะมาจากแหล่งในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม


ทับทิมที่มีขายในตลาดปัจจุบันนี้มาจากหลายแหล่ง
เช่น แอฟริกาตะวันออก เวียดนาม ศรีลังกา ฯลฯ ซึ่งบางครั้งอาจมีสีที่ไม่สวยเท่าทับทิมจากแหล่งพม่าหรือไทย ทับทิมที่มีสีสวยงามคุณภาพสูง โปร่งใส จะมีราคาสูงพอๆ กับเพชร ในระดับคุณภาพเดียวกัน บางที่อาจจะแพงกว่า แต่ทับทิมคุณภาพสูงและมีขนาดน้ำหนักมาก จะหาได้ยากมาก และแน่นอนว่าราคาก็จะยิ่งแพงมหาศาลเลยทีเดียว


ชื่อเรียกทางการค้าของทับทิมชนิดต่างๆ
from ViVicGems.com
1. ทับทิมพม่า เป็นทับทิมสีแดงเข้มบริสุทธิ์ อาจจะอมสีน้ำเงินหรือฟ้าอ่อนนิดๆ แต่ต้องไม่มีสีน้ำเงินมากจนกระทั่งทำให้สีแดงบริสุทธิ์เปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วง ทับทิมสีแดงเข้มนี้ เปรียบได้กับสีของเลือดนกพิราบ ส่วนใหญ่แล้วทับทิมสีแดงเช่นนี้มักจะพบในประเทศพม่า ดังนั้น เมื่อพบทับทิมสีแบบนี้ที่อื่น ก็จะเรียกว่าทับทิมพม่าได้เหมือนกัน แต่มิได้หมายความว่า ในพม่าจะพบแต่ทับทิมสีคุณภาพดีเช่นนี้เท่านั้น ทับทิมพม่าที่มีคุณภาพด้อยกว่าทับทิมจากแหล่งอื่นๆ ก็มี

from shopping.sanook.com2. ทับทิมสยาม เป็นทับทิมสีแดงคล้ำค่อนข้างมืดดำ บางทีอมม่วง น้ำตาล หรือส้ม บางทีมีสีเหมือนโกเมน แต่ที่มีสีแดงบริสุทธิ์ก็มีเหมือนกัน โดยส่วนใหญ่จะมีคุณภาพสีต่ำกว่าทับทิมพม่าที่มีคุณภาพดีๆ


from the Planetary Gems3. ทับทิมซีลอน เป็นทับทิมที่มีสีแดงอ่อนแต่ไม่ถึงกับสีชมพูทีเดียว กล่าวคือมีโทนของสีค่อนข้างสว่างแต่จะมีความสุกใส ประกายมากกว่าทับทิมพม่าและไทย ทับทิมสีดีๆ จากซีลอน จะมีราคาสูงกว่าทับทิมสีดีจากเมืองไทย



4. ทับทิมแอฟริกา มีสีคล้ายทับทิมพม่า แต่ก็มีที่สีเหมือนทับทิมสยาม ทับทิมจากเคนยาและแทนซาเนียเข้าสู่ตลาดพลอยตั้งแต่ปลายปี 2513 สำหรับทับทิมแอฟริกาจะหมายถึงแหล่งกำเนิดของทับทิม



5. ทับทิมอินเดีย มีสีแดงคล้ำ ขุ่น ไม่ใส อมน้ำตาลหรือม่วง มีรอยแตกขนานมาก คุณภาพสีไม่ดี ทับทิมอินเดียจะหมายถึงแหล่งกำเนิดเช่นกัน


from the Planetary Gems6. ทับทิมเวียดนาม ลักษณะโดยทั่วไปจะคล้ายทับทิมพม่า แต่จะมีสีอมชมพูมากกว่าเล็กน้อย


คำว่า ทับทิมพม่า ทับทิมสยาม ทับทิมซีลอน จะใช้เป็นเพียงพื้นฐานของคุณภาพสีเท่านั้นคือใช้เป็นสื่อแทนสี มิได้เกี่ยวข้องกับแหล่งที่เกิดเลย กล่าวคือ อาจพบทับทิมที่มีสีเหมือนกับทับทิมสยามในพม่า หรืออาจพบทับทิมสีเหมือนทับทิมพม่าในไทย ได้เช่นกัน
http://gemclub.blogspot.com

ทับทิมสตาร์ (Star Ruby)
ราชาแห่งอัญมณี
มณีแดง พลอยแดง ปัทมราช รัตนราช ล้วนหมายถึง ทับทิม หรือ ราชาแห่งอัญมณีทั้งสิ้น ทับทิมหรือ Ruby ซึ่งแปลว่า สีแดง เป็นอัญมณีในตระกูลคอรันดัม (Corandam) ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับไพลิน (Blue Sapphire) ด้วยความแข็งถึง 9 โมส์ (Moh) ซึ่งเป็นรองเพียงแค่เพชร สีแดงที่สดใสสะดุดตา ประกายอันเจิดจ้า ประกอบกับความเชื่อเกี่ยวกับอำนาจลึกลับ จึงทำให้ทับทิมเป็นที่ปรารถนามาทุกยุคทุกสมัย

วรรณกรรมอินเดียได้บันทึกลักษณะของทับทิมไว้เมื่อ 2,000 ปีก่อน อันเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่ามนุษย์เรารู้จักทับทิมมาเป็นเวลานาน ราชวงศ์อังกฤษก็ใช้ทับทิมประดับเป็นแหวนทองราชาภิเษก โดยสลักเป็นรูปไม้กางเขนเซนท์จอร์จและรอบ ๆ ตัวทับทิมถูกประดับรายล้อมไว้ด้วยเพชรถึง 26 เม็ด

เครื่องรางนำโชค
กล่าวได้ว่า ทับทิม คือ อัญมณีที่ทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง ในคัมภีร์ไบเบิ้ล ยกย่องอัญมณีสีแดงชนิดนี้ว่าเป็นดั่งความมีสติปัญญาอันล้ำเลิศ เชื่อกันว่า ผู้ใดมีทับทิมที่มีสีแดงสดใส ไม่มีตำหนิ จะทำให้ผู้นั้นมีอำนาจ ร่ำรวย สุขภาพสมบูรณ์ มีสติปัญญาดี และประสบความสำเร็จในชีวิต

ส่วนทางด้านความรัก ถือกันว่าทับทิม คือ อัญมณีที่ทำให้สุขสมหวังในความรัก สีแดงของทับทิมเป็นสีแห่งความรักและอารมณ์ ทับทิมจึงมีพลังช่วยกระตุ้นให้กล้าแสดงออกและกล้าแสดงความรู้สึกรักมากขึ้น ทำให้สมหวังในเรื่องรัก และยังช่วยผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ด้วย ทับทิมยังถูกนำมาเป็นของขวัญในวาระครบรอบการแต่งงานปีที่ 15 และปีที่ 40

สำหรับผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับเลือด เช่น โลหิตจาง หรือผู้ที่เป็นโรคที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศ ทับทิมมีพลังช่วยบำบัดอาการเหล่านี้ได้

ตำนานกำเนิดทับทิม
ตำนานการเกิดของทับทิมในคัมภีร์พระเวทบันทึกไว้ว่า เกิดจากโลหิตของอสูรวลาซึ่งถูกเหล่าเทวดาหลอกมาสังหารแล้วแยกชิ้นส่วนร่างกายของอสูรตนนี้ออกอันเนื่องมาจากอสูรวลามีอำนาจเหนือพระอินทร์ คอยกดขี่ข่มเหงเทวดาอื่น ๆ สุริยเทพได้นำโลหิตของอสูรวลาเหาะท้องฟ้า แต่ถูกราวัณซึ่งเป็นพระราชาแห่งศรีลังกา ผู้หยิ่งทะนงกับชัยชนะของตนเหนือเหล่าเทพยดากีดขวางไว้ ทำให้เกิดสุริยคราส และสุริยเทพทำโลหิตของอสูรวลาหล่นลงมายังสระลึกแห่งภารตะ

แหล่งผลิตทับทิม
สระลึกแห่งภารตะในปัจจุบันก็คือ พม่า ไทย เขมร เวียดนาม อินเดีย ศรีลังกา อัฟกานิสถาน ปากีสถาน และเนปาลในปัจจุบัน ดินแดนเหล่านี้จึงกลายเป็นแหล่งทับทิมที่สำคัญทุกวันนี้

ทับทิมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก คือ ทับทิมโมกก (Mokok) ของพม่า เพราะมีสีแดงสดใส แต่จากการที่เหมืองในพม่าถูกรัฐบาลทหารควบคุม จึงเป็นโอกาสให้ทับทิมของไทยเริ่มเข้าสู่ตลาดโลก ทับทิมที่ขุดพบในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นสีแดงอมม่วง แดงอมน้ำตาล และแดงดำ หรือเรียกกันว่า ทับทิมสยาม เมื่อผ่านกรรมวิธีการเผา ทับทิมเหล่านี้จะมีสีแดงสดใส ไร้มลทินเป็นที่ต้องการของตลาด ประเทศไทยจึงกลายเป็นแหล่งผลิตทับทิมที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพราะผลิตได้มากถึง 80 % นอกจากนี้ ทับทิมยังพบได้ที่อเมริกา ออสเตรเลีย แอฟริกา เคนยา

สีแดงที่สดใสของทับทิมนั้นเกิดจาการที่มีโครเมียมปะปนอยู่ในผลึก แต่ในช่วงเวลาหลายล้านปีก่อนที่ทับทิมเริ่มก่อตัวขึ้นก็เกิดรอยแยกจำนวนมากอยู่ภายในผลึกทับทิมเช่นเดียวกัน ดังนั้น การขุดหาทับทิมขนาดใหญ่กว่า 3 กะรัตที่มีสีแดงสด และไร้มลทินจึงทำได้ยาก จึงเป็นสาเหตุให้ทับทิมเป็นอัญมณีที่มีมูลค่าสูงไม่เปลี่ยนแปลง






RUBYJuly's birthstone
OriginsIndia, Kenya, Madagascar, Mozambique, Sri Lanka, Tanzania, Thailand & Vietnam
Colors FoundRed
FamilyCorundum
Hardness9.00
Refractive Index1.76 - 1.78
Relative Density3.97 - 4.05
The beauty, rarity and historical mystique of Rubies are undeniable. Ruby derives its name from the Latin word for red, "rufus." Ruby is July's birthstone, the gemstone for Capricorns and the traditional 15th and 40th anniversary gift.

Legends and lore

The historical mystique and beauty of Rubies is as colorful as the legends and lore that surround this most precious of gems.
The earliest record for the mining of Rubies dates to more than 2,500 years ago in Sri Lanka, "the jewel box of the Indian Ocean," where it is called "rathu kata." Rubies from Sri Lanka first appeared in western jewelry among the Etruscans (600 - 275 BC) and were used by the Greeks and Romans from approximately 480 BC onward.
Prized throughout history, many believed that mystical powers lay hidden within this intensely colored red gemstone. The fiery crimson color of Rubies caused many civilizations to associate them with passion, love and romance. Rubies were also thought to bestow wisdom, health and luck in gambling. According to oriental beliefs, Ruby is the "gem of the sun."
Mentioned in Sanskrit texts, the ancient Hindus were so enchanted by the color of Rubies that they called them "ratnaraj," the king of gems. The ancient Hindus thought that the colors of Rubies were due to an inextinguishable fire that burned inside the gem that would endow its wearer with long life and even cause water to boil!
As in Sanskrit texts, biblical references to Ruby (all red gemstones were also collectively called Carbuncle at this time) refer to it as a most precious gem. In the King James Version of the Bible, Ruby (and its namesake Carbuncle) is mentioned numerous times:
Exodus 28:17
And thou shalt set in it settings of stones, even four rows of stones: the first row shall be a Sardius, a Topaz, and a Carbuncle: this shall be the first row.
Exodus 39:10
And they set in it four rows of stones: the first row was a Sardius, a Topaz, and a Carbuncle: this was the first row.
Ezekiel 28:13
Thou hast been in Eden the garden of God; every precious stone was thy covering, the Sardius, Topaz, and the Diamond, the Beryl, the Onyx, and the Jasper, the Sapphire, the Emerald, and the Carbuncle, and Gold: the workmanship of thy tabrets and of thy pipes was prepared in thee in the day that thou wast created.
Isaiah 54:12
And I will make thy windows of Agates, and thy gates of Carbuncles, and all thy borders of pleasant stones.
Job 28:18
No mention shall be made of Coral, or of Pearls: for the price of wisdom is above Rubies.
Proverbs 3:15
She is more precious than Rubies: and all the things thou canst desire are not to be compared unto her.
Proverbs 8:11
For wisdom is better than Rubies; and all the things that may be desired are not to be compared to it.
Proverbs 20:15
There is gold, and a multitude of Rubies: but the lips of knowledge are a precious jewel.
Lamentations 4:7
Her Nazarites were purer than snow, they were whiter than milk, they were more ruddy in body than Rubies, their polishing was of Sapphire.
Interestingly, the gems called "Rubies" in the Old Testament may have actually been Spinel or Garnet. Up until the 18th century, when chemical testing was improved, most red gems were called Rubies. In fact, many of the famous Rubies in the crown jewels of Europe have since been identified as Spinel or Garnet. For example, the Black Prince Ruby that rests proudly at the centre of the British Imperial State Crown is actually a red Spinel!
Ancient Sinhalese legends (modern day Sri Lanka) relate the story of the destruction of their demonic King Ravana. They believed that after his demise, his blood turned into Rubies resulting in their intense red color.
For over 2,000 years Sri Lanka has supplied the world with fine Star Rubies. In fact, Sri Lanka was most probably the original source of this gem. The ancient Sinhalese believed that a Star Ruby protected the wearer from witchcraft. It was considered so powerful a talisman that even when the original owner passed the gem onto someone else, they continued to receive its protection. In Europe, Star Rubies were sometimes called "the three swords" and were said to chase away evil, bring good luck and assist one in finding a fine spouse.
Native Americans believed that offerings of a fine Ruby resulted in rebirth as a powerful Chief.
Some cultures believed Ruby's blood-like color would protect the wearer from injury. In fact, ancient Burmese warriors believed that when a Ruby was inserted beneath the skin it generated a mystical force, making them unconquerable in battle. Rubies were once known by the Burmese as "blood drops from the heart of the Mother Earth" and were worn by them as a talisman to protect against illness or misfortune.
Dr. Edward Gübelin's book, "Burma, Land der Pagoden" (Burma, Land of Pagodas), includes a famous Burmese Ruby legend: "One day, the king of the valley, a grand old eagle, was circling over his kingdom and searching for a worthy prey. As he spread his circles ever wider in the shining blue of the heavens, he suddenly spied on the valley floor a piece of fresh meat of the color of purest blood and more enticing than he had ever seen in all his flights throughout the whole world. There is the noble food, for which I have been yearning, said the lord in the air, and plunged down on to his chosen prey. But his claws, whose sharpness and strength had hitherto hooked into the thickest skin, could do nothing against this presumed prey, colored like a living heart. He kept on attacking - he, the lord of the valley, accustomed to victory! - But in vain! He began to fear that age had impaired his strength, so he ascended into the air to think it over. He also sought out other prey in order to test his strength, but left it lying carelessly as soon as he had convinced himself of his undiminished powers, in order to renew his attack on the coveted piece of booty. Finally, it dawned on him: this was no piece of flesh, but a hallowed stone, fashioned out of fire and the blood of Mother Earth. Reverently, the wise old King of the Birds grasped it and carried it to the highest summit of the highest mountain - unattainable to all living beings on this earth. The valley in which he had found the precious stone was Mogok, and the stone the first Ruby in the world".
In the 13th century, the renowned explorer Marco Polo wrote that Kublai Kahn, the Mongol Emperor of China, once offered an entire city for a Ruby the size of a man's finger.
Because of its fluorescent properties, a giant Ruby once lit an entire chamber in a palace of a Chinese emperor!
In the Middle Ages, Rubies were thought to contain prophetic powers. It was believed that a Ruby could warn its owner of misfortunes by deepening in color.
Ralph Waldo Emerson, an American essayist, poet, and leader of the transcendentalist movement in the early 19th century, wrote the following poem about Rubies: "They brought me Rubies from the mine, and held them to the sun; I said, "They are drops of frozen wine from Eden's vats that run." I look'd again - I thought them hearts of friends, to friends unknown; Tides that should warm each neighboring life are lock'd in sparkling stone. But fire to thaw that ruddy snow, to break enchanted ice, and give love's scarlet tides to flow, when shall that sun arise?"

Just the facts
As "allochromatic" (other colored) gems, Ruby's colors are due to trace elements. Apart from their color, Rubies are identical to Sapphires and are comprised of the mineral known as Corundum. The crystalline form of aluminum oxide, the name Corundum is believed to be derived from three ancient Tamil, Hindi and Sanskrit words for Rubies and Sapphires, "kurundam," "kurund" or "kuruvinda" respectively.
Did you know that Rubies are rarer than Diamonds? In the last 60 years hardly a month has passed without a new Diamond deposit being discovered. In contrast, Rubies are only found in a handful of mines worldwide.
Did you know that Rubies are more expensive than Diamonds? A 16 carat Ruby that sold at Sotheby's in New York in October 1988 fetched a staggering US$3,630,000! Rubies are one of the world‘s most expensive gems, but like all gems, quality determines price.
Second only to Diamonds in hardness, Rubies are one of the toughest gemstones and with no cleavage, breakage rarely occurs. This combined with the fact that Rubies come in many different shapes and sizes, makes them perfect for all types of jewelry.
Color is the most important factor when evaluating Rubies. While cutting and size (fine Rubies over 2 carats are very scarce) is also important, transparency is secondary. Why is this? Colored by chromium and other trace elements, Rubies formed millions of years ago deep within the earth. As very few Rubies crystallized undisturbed, a whole host of tiny irregularities (inclusions) are a characteristic of their formation. Far from being flaws, inclusions are a fascinating hallmark of authenticity that records a gem's natural relationship with the Earth. In terms of clarity, Rubies tend to be less clean than Sapphires.
While color preferences are subjective, the best Rubies possess an intense, almost electric red effect in daylight due to fluorescence. The ideal Ruby displays an intense, rich crimson without being too light or too dark. But as Rubies come in many different colors and sizes, ultimately your personal preference should be your primary concern. Remember, beauty is in the eye of the beholder and will also be tempered by what you can afford.
Microscopic rutile inclusions, commonly known as "silk," are a normal characteristic of Rubies. When evenly distributed, small quantities of "silk" enhance a Ruby's beauty and value by creating a soft uniform distribution of sparkling light.
Asterism or the "star effect" is a reflection effect that appears as two or more intersecting bands of light across the surface of a gem. This rare phenomenon is found in both Rubies and Sapphires. Asterism in Corundum is due to reflections from multitudes of exsolved needle inclusions (silk), which in most varieties consist of rutile.
Burma, by reputation and experience, continues to produce some of the world's finest Rubies. While the original locality for Ruby was most likely Sri Lanka (Ceylon), the classic source is the Mogok Stone Tract in upper Burma. So much so that one of the recognized titles of the Kings of Burma was "Lord of the Rubies." You may have noticed throughout the book that I call the country "Burma" not Myanmar. In 1989 the charismatic opposition leader Aung San Suu Kui was placed under house arrest and the country was renamed Myanmar. Many democrats oppose the name change and I follow their example.
While "pigeon's blood" was once used to describe a rare and valuable Burmese Ruby color it has now largely fallen out of use - when you think about it, this description is a little grotesque. Burmese Rubies come from the Mogok Valley in north-central Burma and Möng Hsu in northeast Burma (also spelt Monghsu or Maing Hsu, it is pronounced "Mong-Shoe").
Möng Hsu is 140 miles southeast of Mogok. It is located between the Nam Pang and Salween Rivers. It is closed to foreigners and the road is so bad it takes around 14 hours to travel there from the nearest town of Taunggyi. Typical of many areas in Burma's Shan States, the population of the Möng Hsu area consist of Shans in the valleys with hill tribes (Palaungs at Möng Hsu) living in the mountains. The Palaungs cultivated tea before the discovery of Ruby. While Ruby mining in Mogok dates to the 6th century, Rubies were not discovered in Möng Hsu until 1991 when a local resident, who used to be a Ruby miner at Mogok, went bathing in the Nam Nga stream and found red gems between his toes and among the pebbles on the river's banks. Thus began Burma's most recent Ruby rush as the town's population quadrupled overnight from approximately 8,000 people to over 30,000 people at the peak. This tapered off by 1993, but since the advent of high temperature treatment Möng Hsu has become increasingly important source of Burmese Ruby. You can learn more about gemstone treatments here.
Ruby mining in Burma was initially restricted to alluvial deposits, but has now also moved to host rock deposits in the surrounding hills. Burma's Rubies occur in a crystalline limestone (marble). Millions of years of weathering freed the Rubies from their host rock, carrying them down from the hills to the valley floors, where they have settled in the bottom of the streams and rivers. It is from these ancient alluvial river gravels (know in Burma as "byon") that the majority of gems have been recovered.
Our Madagascan Rubies are mined at high altitude in a relatively new deposit found in July 2004, deep within an impenetrable jungle. The only way to reach the Ruby mines near the mining village of Moramanga is by helicopter or a grueling long day's trek (11 hours) on a muddy trail through dense mountainous rainforest from the Madagascan town of Andilamena. However, since mid-2006 these deposits have reportedly been nearing depletion. This increasing scarcity makes these Rubies a must for any jewelry collection.
Apart from Madagascar, we also source Rubies from India, Kenya, Mozambique, Sri Lanka, Tanzania, Vietnam and of course, Thailand. However, strict environmental regulations combined with depletion have resulted in the reduction of Thai gem mining.
With approximately 70% of the world's Sapphire output and 90% of its Ruby production passing though Thailand (Source: ICA 2006 World Colored Gemstone Mining Report), our gemstone buyers are among the first to choose the finest examples.
http://www.gemstv.com


1
2

Wish You Happinessss

Success is not the key to happiness. Happiness is the key to success. 
If you love what you are doing, you will be successful. 

~ Albert Schweitzer ~

 คัมภีร์ 5 ห่วง  วิถีแห่ง "ซามูไร" วิถีแห่งนักรบ "บูชิโด"   แนวคิดของตัวเม่น   GOOD LUCK สร้างแรงบันดาลใจเพื่อความสำเร็จ ในชีวิตและธุรกิจด้วยตัวคุณเอง    Why complicate life ?   3 x 8 = เท่าไหร่ ?????   "ฉันชื่อ..โอกาส"

Wish You Happinessss