1
2

"ฉันชื่อ..โอกาส"


MV โอกาสสุดท้าย Tattoo Colour (Covered By Be Elegance)



"ฉันชื่อ..โอกาส"




"ไครอส" Kairos 
(Kairos เทพแห่ง "โอกาส" opportunity, time, chance"ไครอส" เทพแห่ง โอกาส, เวลา, โชควาสนา)

"ไครอส" เทพแห่ง โอกาส, เวลา, โชควาสนา
รูปปั้นต้นแบบเป็นสำริดที่บอกเล่าเรื่องราวทวยเทพ สร้างโดย Lysippos รูปปั้นนี้ยืนตระหง่านอยู่ที่บ้านของเขาที่ Agora of Hellenistic Sikyon 


เคยมีคำจารึกแห่ง Posidippos ของกรีก บนอนุสาวรีย์ของ Kairos โดย Lysippos ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ปัจจุบันรูปปั้นนี้ไม่มีแล้ว แต่แผ่นจารึกที่บรรยายเกี่ยวกับรูปปั้นยังคงเหลืออยู่ คำบรรยายเขียนไว้ในรูปแบบการสนทนาระหว่างรูปปั้นกับคนที่เดินผ่านไปมา..





(Sikyon)

รูปปั้นนี้ผู้ใดปั้นและมาแต่ไหน?
จากซิไคออน (Sikyon)

แล้วชื่อไร?
"ปฏิมากรชื่อไลซิพพอส (Lysippos) "

แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร?
ข้าคือ "เวลา" ผู้ซึ่งกลืนทุกๆ สิ่ง

ทำไมเจ้าจึงยืนเขย่งบนปลายเท้า?
ข้าจำต้องวิ่งตลอดเวลา
"เพื่อบ่งบอกว่าฉันอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยาม"

แล้วทำไมเจ้าจึงมีปีกคู่อยู่ที่เท้าของเจ้า?
ข้าโบยบินไปด้วยปีกนี้ไปในอากาศ
"เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว"

แล้วทำไมเจ้าถือมีดโกนไว้ด้วยมือขวาล่ะ?
นี่เป็นสัญลักษณ์แก่มนุษย์ให้รู้ว่าข้าคมยิ่งกว่าของมีคมใดๆ ทั้งสิ้น

แล้วทำไมเจ้าจึงมีผมปรกหน้าผาก?
เพื่อว่าใครก็ตามที่พบข้าต้องจับข้าไว้ได้แต่จากเบื้องหน้า
"ก็เพื่อให้คนที่พบฉัน จะได้จับฉวยไว้ได้ง่าย"

แล้วทำไม โอ..สวรรค์ ที่ท้ายทอยของเจ้ากลับโล้นล้านไร้ผม?
เพราะเมื่อข้าวิ่งด้วยความเร็วไปด้วยเท้าติดปีก
ใครก็ตามที่อยากจับยึดข้าให้หยุดแล้วฉุดให้ข้าเจ็บ ก็ไม่มีทางจับได้ทางข้างหลัง
"ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า เมื่อฉันผ่านไปแล้ว ก็ยากที่จะจับฉันได้ใหม่"

ทำไมศิลปินจึงปั้นเจ้าเป็นแบบไว้ล่ะ?
ก็เพื่อประโยชน์แก่พวกท่าน อาคันตุกะ เขาตั้งรูปปั้นข้าไว้ที่ลานให้เป็นบทเรียนเตือนสติ

จริงด้วยทางด้านหน้าของ "โอกาส"มีผมยาวแต่ด้านหลังล้านเกลี้ยง เพราะเมื่อปล่อยให้ "โอกาส"ผ่านไปแล้วก็ยากที่จะจับยึดมันกลับมาได้อีก..
"โอกาส" จึงเราเตือนเราทุกคนว่า..

"อย่ามาต่อว่าฉัน ว่าฉันไม่เคยมาเยี่ยมกราย เพราะบ่อยครั้งเหลือเกิน ที่ฉันมาเคาะประตู แต่เธอกลับไม่อยู่บ้าน ทุกวันฉันยืนรออยู่ที่หน้าบ้านเธอ เรียกให้เธอตื่น ให้ขยันขันแข็ง ให้รีบตัดสินใจ ให้ลงมือทำ ให้ออกแรง ให้สู้ เพื่อจะได้มาซึ่งชัยชนะและความสำเร็จ จงอย่าปล่อยให้ฉันผ่านไป เธอจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง ที่ฉัน "โอกาส" ผ่านมา แต่เธอไม่รู้จักจับฉวย"










"Kairos" (opportunity, time, chance).
The original bronze allegoric statue made by Lysippos stood at his home, in the Agora of Hellenistic Sikyon.Epigram of Posidippos, on the statue of Kairos by Lysippos:
Who and whence was the sculptor?
From Sikyon.
And his name?
Lysippos.
And who are you?
Time who subdues all things.
Why do you stand on tip-toe?
I am ever running.
And why you have a pair of wings on your feet?
I fly with the wind.
And why do you hold a razor in your right hand?
As a sign to men that I am sharper than any sharp edge.
And why does your hair hang over your face?
For him who meets me to take me by the forelock.
And why, in Heaven's name, is the back of your head bald?
Because none whom I have once raced by on my winged feet will now,
though he wishes it sore, take hold of me from behind.
Why did the artist fashion you?
For your sake, stranger, and he set me up in the porch as a lesson.



Bas-relief of "Kairos".
This representation of the allegoric statue made by Lysippos, is from pentelic marble.
Museum of Torino, Italy.



This bas-relief of "Kairos" was once at the Palazzo Medici in Florence, but now has been lost.

Fwd.








"ควรรู้" หรือ "ต้องรู้"

That's all i know



"ควรรู้" หรือ "ต้องรู้"



เด็กหนุ่มคนหนึ่ง...เป็นชาวสงขลา...เรียนเก่งมาก...
สอบชิงทุนได้ไปเรียนอเมริกา...ตั้งแต่เด็กๆ...
จนจบด็อกเตอร์...จึงกลับมาเยี่ยมบ้าน...
บ้านของเด็กหนุ่ม...อยู่อีกฟากหนึ่ง...ของทะเลสาบสงขลา...
ต้องนั่งเรือแจว...ข้ามไป..ใช้เวลาแจวประมาณหนึ่งชั่วโมง...

ชายหนุ่ม “เรือที่ติดเครื่องยนต์...ไม่มีเหรอ...ลุง...?” 
ชายชรา “ไม่มีหรอกหลาน...ที่นี่มันบ้านนอก...มันห่างไกลความเจริญ...มีแต่เรือแจว...”
ชายหนุ่ม “โอ...ล้าสมัยมากเลยนะลุง...โบราณมาก...ที่อเมริกา....เขาใช้เครื่องบินกันแล้วลุง... ลุงยังมานั่งแจวเรืออยู่อีก...ไปส่งผมฝั่งโน้น...เอาเท่าไร...ลุง...?
ชายชรา “80 บาท...”
ชายหนุ่ม “OK...ไปเลยลุง....”



ในขณะที่ลุงแจวเรือ...หนุ่มนักเรียนนอก...ก็เล่าเรื่องความทันสมัย...
ความก้าวหน้า...ความศิวิไลช์...ของอเมริกาให้ลุงฟัง... 
“เมืองไทย...เมื่อเทียบกับอเมริกาแล้ว...ล้าสมัยมาก... ไม่รู้คนไทย...อยู่กันได้ยังไง...? ทำไมไม่พัฒนา...ทำไมไม่ทำตามเขา...เลียนแบบเขาให้ทัน...?”
ชายหนุ่มถาม “ลุง...ลุงใช้คอมพิวเตอร์...ใช้อินเตอร์เน็ต...เป็นไหม...?”
ชายชรา “ลุงไม่รู้หรอก...ใช้ไม่เป็น...”

ชายหนุ่ม “โอ้โฮ...ถ้าลุงไม่รู้เรื่องนี้น่ะ....ชีวิตลุงหายไปแล้ว...25 %...แล้วลุงรู้ไหมว่า...เศรษฐกิจของโลก...ตอนนี้เป็นยังไง..?”
ชายชรา “ลุงไม่รู้หรอก...”
ชายหนุ่ม “ถ้าลุงไม่รู้เรื่องนี้นะ...ชีวิตของลุงหายไปอีก 25% เป็น...50 %...แล้วละลุง...แล้วลุงรู้เรื่องนโยบายการค้าโลกไหม...เรื่องดาวเทียม ลุงรู้ไหม...ลุง...?”
ชายชรา “ลุงไม่รู้หรอก...หลานเอ๊ย..ชีวิตของลุง...วันๆหนึ่ง ลุงรู้อยู่อย่างเดียว...ว่าจะทำยังไง...ถึงจะแจวเรือให้ถึงฝั่งโน้น...เท่านั้นแหละ”
ชายหนุ่ม “โอว..ถ้าลุงไม่รู้เรื่องพวกนี้...ชีวิตของลุง...หายไปแล้วไม่ต่ำกว่า...75 % แล้วละ”



พอดีช่วงนั้น...เกิดลมพายุพัดมาอย่างแรง...มีคลื่นลูกใหญ่มาก...ท้องฟ้ามืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว....ชายชรามองรอบข้างอย่างกังวล ก่อนจะเอ่ยถามชายหนุ่มว่า
“นี่พ่อหนุ่ม...พ่อหนุ่มเรียนหนังสือมาเยอะ...จบดอกเตอร์จากต่างประเทศ...ลุงอยากถามอะไรสักหน่อยได้ไหม...?
“ได้ซิลุง...จะถามอะไรหรือลุง...อย่าหาว่าผมขี้คุย ผมว่าผมตอบคำถามที่ลุงสงสัยได้หมด?”
ชายชรา “เอ็งว่ายน้ำเป็นไหม...?”
ชายหนุ่ม “เอ้อๆๆ..คือว่าเรื่องนี้ ผมว่ายน้ำไม่เป็นครับ...ลุง....”
ชายชรา “โอ...ถ้างั้นพ่อหนุ่ม..ชีวิตของเอ็ง...กำลังจะหายไป 100 % ....แล้วล่ะ”



พายุพัดจัดขึ้น   เรือลำน้อยถูกคลื่นและลมพัดโยนขึ้นๆลงๆ
ในไม่ช้าก็ถูกคลื่นและพายุกระหน่ำจนเรือพลิกคว่ำ
ลุงป้อม-คนแจวเรือจ้างว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย    
แต่ทว่าด๊อกเตอร์ผู้น่าสงสาร จมหายไปใต้กระแสน้ำอันไหลเชี่ยวนั้น


บางครั้งคนเรามีความรู้ตั้งมากมาย แต่เมื่อเกิดสถานการณ์คับขันขึ้นมา ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตตัวเองได้ อย่างที่โบราณเขาว่าไว้ "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" ดังนี้แล

ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
มีความรู้มากแต่ไม่รู้จักใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์

ความรู้         มีมากล้น        เรียนมา 
ท่วมหัว        มิอาจพา         ช่วยได้ 
เอาตัว  โดยปัญญา   มิอาจ  ทำแล 
ไม่รอด      เสียทีไซร้     ที่ได้ศึกษา


“ในโลกนี้มีสิ่งให้เราได้เรียนรู้อยู่มากมาย 
แต่เราคงต้องเลือกที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ ก่อนสิ่งที่ควรจะรู้”

…โดยความสามารถของเทคโนโลยีทุกวันนี้ โลกและจักรวาลอยู่แค่เพียงปลายนิ้วบนแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เราสามารถรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกมุมหนึ่งของโลก ในเวลาเดียวกันกับที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น ทำให้เรียนรู้เข้าใจได้ทั้งโลก และจักรวาล 

แต่สิ่งที่น่าแปลก คือ เราเรียนรู้และเข้าใจในตนเองมากน้อยเพียงใด เรารู้จักตนเองดีพอแล้วหรือไม่ ที่จะตอบตนเองได้ว่า “เราจะต้องรู้อะไร?” ไม่ใช่ "ควรจะต้องรู้อะไร?"




"ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันมีกินแค่หนึ่งวัน สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป"


พรานทะเล ทีโบน



นิทาน ... เรื่องเล่า ตอน "สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป" (หนังสือเสียง02)



"ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันมีกินแค่หนึ่งวัน 
สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป"



"ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันมีกินแค่หนึ่งวัน สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป" 
นอกจากสอนวิธีจับปลา ยังต้องสอนวิธีเก็บรักษาปลาที่หามาได้ วิธีปรุงอาหาร ถนอมอาหาร
มิฉะนั้นเขาก็จะไม่มีปลากินในช่วงฤดูมรสุมที่ออกหาปลาไม่ได้ สอนวิธีเอาปลาไปขาย 
เพื่อจะได้ไม่ต้องกินแต่ปลาไปตลอด ....

มองมาที่ การพัฒนาคน ...  
หากเราให้เป็นของ เป็นเงิน ไม่ว่าจะครั้งเดียว หรือขึ้นเงินเดือนกี่ร้อยกี่พันบาท 
ก็เปรียบเสมือนการให้ปลา หากเราเพิ่มพูนวิชาชีพ ทักษะการทำงานแก่เขา 
ก็เปรียบเสมือนการสอนเขาจับปลา ....













If you give someone a fish, they eat for a day.

If you teach someone to fish, they can feed themselves until the water is contaminated or the shoreline is seized for development.

If you teach someone to think critically and be politically conscious, then whatever the challenge, they can organize with their peers and stand up for their interests





1
2

Wish You Happinessss

Success is not the key to happiness. Happiness is the key to success. 
If you love what you are doing, you will be successful. 

~ Albert Schweitzer ~

 คัมภีร์ 5 ห่วง  วิถีแห่ง "ซามูไร" วิถีแห่งนักรบ "บูชิโด"   แนวคิดของตัวเม่น   GOOD LUCK สร้างแรงบันดาลใจเพื่อความสำเร็จ ในชีวิตและธุรกิจด้วยตัวคุณเอง    Why complicate life ?   3 x 8 = เท่าไหร่ ?????   "ฉันชื่อ..โอกาส"

Wish You Happinessss