1
2

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กำลังใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กำลังใจ แสดงบทความทั้งหมด

ถ้าไม่สุข.......ก็ทุกข์ให้น้อยลง






ขอบคุณ (Thanks) By The Begins



ถ้าไม่สุข.......ก็ทุกข์ให้น้อยลง

“ความสุข...อาจทำให้ลุ่มหลง
ความทุกข์...ทำให้รู้จักชีวิต
จึงควรขอบคุณความทุกข์บ้าง”

“เพียงคิดช่วยเขา...ใจเราก็สุขแล้ว
เพียงคิดเบียดเบียนเขา...ใจเราก็ทุกข์แล้ว”

“น้ำทำให้เรือลอยได้ ก็ทำให้เรือล่มได้
ทรัพย์สินเงินทอง ทำให้คนเป็นสุขได้ ก็ทำให้คนเป็นทุกข์ได้”

“การมองข้ามงานเล็กไป จะทำให้งานใหญ่ไม่สำเร็จ”

cc
“เพ่งโทษตน...เป็นบัณฑิต
เพ่งความผิดคนอื่น...เป็นพาล”

“ก้าวแรก ก้าวต่อๆ ไป และก้าวสุดท้าย สำคัญพอๆ กัน
ขาดก้าวใดก้าวหนึ่ง ชีวิตจะถึงที่หมายไม่ได้”

“คลื่นลมทำให้ทะเลสวย อุปสรรคทำให้ชีวิตงาม .. 
บุคคลจึงไม่ควรยอมแพ้เมื่อพบอุปสรรค”


“หากครั้งนี้ล้มเหลว ครั้งต่อๆ ไปต้องสำเร็จ .. 
เพราะความสำเร็จ มักมาหลังจากความล้มเหลวเสมอ”

“ความวิตกกังวลใจเป็นโรคร้ายของชีวิต
ถ้าปล่อยก็ว่าง ถ้าวางก็จะเบา ถ้าเอาก็จะหนัก” 


“ความยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นอุบายสร้างสันติ”

คาถาการทำงาน
“การทำงานคือการพักผ่อน
ทำงานเพื่องาน ไม่ใช่ทำงานเพื่ออะไร
คนโง่ทำงานแล้วทุกข์ คนฉลาดทำงานแล้วสุข”
.....หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ


เมื่อมืดมิดอย่างที่สุด ก็จะเป็นช่วงที่ฟ้าจะเริ่มสว่างไสว 
เพราะฉะนั้นในยามนี้ แม้เราจะสิ้นเนื้อประดาตัว 
ก็อย่าคิดว่าชีวิตจบสิ้นแล้ว ชีวิตยังมีความหวังอยู่เสมอ 
ถ้าเรายังมีลมหายใจอยู่ เราก็มีโอกาสที่จะฟื้น 
สร้างสิ่งดีๆ ขึ้นมาใหม่ อย่าได้ท้อแท้ 
ขอให้มีกำลังใจ สู้กับชีวิตต่อไป 
.....พระไพศาล วิสาโล 


ยุ่งยาก กับ เยือกเย็น
“ในยามที่เราพบกับความยุ่งยาก ต้องพึ่งพาความเยือกเย็น
ค่อยๆ ย้อนลงไปแยกแยะสาเหตุแห่งปัญหาที่ทำให้เราเร่าร้อน”

“เราจะเอาชนะความยุ่งยากของชีวิตได้
ด้วยการเอาชนะความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในใจของเราเสียก่อน”

“จงมองดูความวิตกกังวลของตนเอง
มองดูว่ามันทำให้เราเอาชนะปัญหาของเรา
หรือมันทำให้เราหมดพลังและพ่ายแพ้”

“ปัญหาต่างๆ ของชีวิต ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ความทุกข์ยากที่เราคิดว่ามันแสนสาหัสสำหรับเราในวันนี้
ในวันข้างหน้าเราอาจรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย..”

อยากให้มีความสุขกันทุกคน 
 หรือ ถ้าไม่สุข ก็ทุกข์ให้น้อยลง .. นะคะ






ทำไมเป้าหมายจึงสำคัญนัก (your goal)



MV แสงสุดท้าย OST. Top Secret วัยรุ่นพันล้าน


ทำไมเป้าหมายจึงสำคัญนัก
 (your goal)


แม้ในวันที่อากาศแจ่มใส ฟ้าเปิด แสงแดดจ้า
การถือแว่นขยายรับแสงอาทิตย์ที่แผดจ้านั้น ยังไม่สามารถจุดกระดาษให้ไหม้ได้
หากว่าเราเอาแต่ส่ายแว่นขยายไปมา



แต่ในทางกลับกัน หากว่าเราใช้มือถือแว่นขยายอันเดียวกันนั้นให้นิ่งๆ 
พยายาม โฟกัส (Focus) ให้เหมาะสม กระดาษก็พร้อมจะลุกไหม้ได้ง่ายๆ
นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ของการพุ่งกำลังทั้งหมดไปที่จุดๆ เดียวอย่างเต็มที่




มีชายคนหนึ่งขับรถไปหยุดที่ทางแยก เขามองเห็นชายชราซึ่งนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ม้านั่งริมทาง

เขาจึงชะโงกหน้าถามชายชราคนนั้นว่า "ถนนสองสายนี้ไปไหนบ้างนะครับลุง" 
ชายชราคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา และถามกลับไปว่า "แล้วพ่อหนุ่มอยากจะไปไหนกันล่ะ" 
ชายหนุ่มหัวเราะก่อนตอบว่า "ผมก็ยังไม่รู้ครับลุง ขับรถเที่ยวไปเรื่อยๆ น่ะครับ" 
ชายชราจึงบอกกับเขาว่า "เหรอ... ถ้าอย่างนั้นเธอจะไปทางไหนก็คงจะเหมือนกันนั่นแหละ มันไม่ต่างอะไรกันหรอกพ่อหนุ่ม"


เมื่อใดก็ตามที่เราเดินทางโดยไม่รู้จุดหมายที่ต้องการ ไม่มีเป้าหมาย เราย่อมเดินทางแบบสะเปะสะปะ ไม่ต่างอะไรกับการแข่งขันฟุตบอลที่นักฟุตบอลทั้ง 2 ทีม เตรียมตัวมาพร้อมเต็มที่ 


ง

แต่จู่ๆ เกิดมีมือดีย่องมาแอบยกเสาโกล์ทั้ง 2 ด้านของสนามออกไป จะเกิดอะไรขึ้น เราจะทำคะแนนกันได้อย่างไร? 


เช่นเดียวกัน การกำหนดเป้าหมาย จะช่วยให้เรารู้ได้ว่าต้องเลือกเดินไปในทิศทางใด
ลองถามตัวคุณเองว่า จะยอมนั่งเครื่องบิน เดินทางไปกับรถยนต์ หรือเรือโดยสารที่ไม่ระบุปลายทางหรือไม่? แน่นอนว่าตัวคุณ รวมทั้งคนส่วนใหญ่คงไม่ยอมโดยสารไปกับการเดินทางแบบนั้นแน่




แล้วทำไมคุณจึงยอมปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปอย่างไร้จุดหมายล่ะ? 
และ...ถึงแม้ว่าคุณไม่ยอมปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปอย่างไร้จุดหมายก็ตาม 
คุณมองเห็นจุดหมายในชีวิตของคุณแล้วหรือยัง? 
และ...คุณพึงพอใจกับจุดหมายที่ชีวิตคุณกำลังจะเดินไปถึงหรือไม่?
Fwd.

FOCUS
F - Follow
O - One 
C - Course 
U - Until
S - Successful






“แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป”



แล้วมันจะผ่านไป


----------------------------------------------------------------------
Rose: I love you, Jack. 
Jack: Don't you do that, don't say your good-byes. 
Rose: I'm so cold. 
Jack: Listen, Rose. You're gonna get out of here, you're gonna go on and make lots of babies, and you're gonna watch them grow. You're gonna die an old... an old lady warm in her bed, but not here, not this night. Not like this, do you understand me? 
Rose: I can't feel my body. 
Jack: Winning that ticket, Rose, was the best thing that ever happened to me... it brought me to you. And I'm thankful for that, Rose. I'm thankful. You must do me this honor, Rose. Promise me you'll survive. That you won't give up, no matter what happens, no matter how hopeless. Promise me now, Rose, and never let go of that promise. 
Rose: I promise. 
Jack: Never let go. 
Rose: I'll never let go. I'll never let go, Jack..
Titanic: Movie Love Quotes
lovelylovequotes.com
----------------------------------------------------------------------



“แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป”



ในอดีตมีพระราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรฮีบรูพระนามว่าโซโลมอน พระราชาได้สั่งให้เจ้าเมืองทุกเมือง ทำของวิเศษให้อย่างหนึ่ง โดยของสิ่งนั้นต้องมีคุณสมบัติพิเศษคือ......ของสิ่งนี้จะสามารถเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกของพระราชาได้


“หากมีความทุกข์อยู่ก็จะหายจากทุกข์ หากมีความสุขอยู่ก็จะคลายความสุขลง ไม่ว่ากำลังร้องไห้อยู่หรือหัวเราะอยู่ก็จะสามารถหยุดอารมณ์ทั้งสองอย่างนั้นได้”


เมื่อครบกำหนด เจ้าเมืองใหญ่เมืองใดๆ ก็ไม่สามารถหาของตามที่พระราชาต้องการ แต่มีเจ้าเมืองเล็กๆ อยู่เมืองหนึ่ง ได้บอกว่ามีแหวนวิเศษมีคุณสมบัติอย่างที่พระราชาต้องการมาถวาย พระราชาจึงรีบให้มาเข้าเฝ้าเมื่อพระราชาได้เห็นแหวนวงนั้นแล้ว 


ปรากฏว่าเป็นเพียงแหวนทองธรรมดาเรียบๆ วงหนึ่ง พระราชาก็สงสัยว่าแหวนนี้จะมีความวิเศษได้อย่างไรกันเมื่อพระราชานำไปใช้ก็ปรากฏว่าแหวนวงนี้ สามารถเปลี่ยนอารมณ์ของพระองค์ได้จริงๆ ไม่ว่าพระองค์จะกำลังมีความทุกข์หรือความสุขอยู่ก็ตาม เพียงเพราะแหวนวงนั้นมีข้อความสั้นๆ สลักไว้ว่า “แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป”
ยามใดที่พระราชามีความสุข ความยินดี หรือมีความทุกข์ ความโกรธ ความกังวลไม่สบายใจใดๆ ก็ตาม เมื่อมองไปที่แหวนนี้ซึ่งเตือนสติพระองค์ว่า “แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป” ทำให้พระองค์เข้าใจว่าสิ่งทีพระองค์กำลังประสบอยู่ไม่ว่าสุขไม่ว่าทุกข์มันไม่จีรังยั่งยืนเกิดขึ้นมาแล้วก็จากไป 


นับตั้งแต่นั้นมาพระราชาก็ไม่คิดที่จะนำความทุกข์มาเป็นกังวลมีความสุขก็ไม่ได้ยึดติดกับความสุขนั้น ทำให้พระราชาสามารถตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง และตั้งหน้าตั้งตาทำเพื่อประชาชนของพระองค์ จนได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นที่รักใคร่ของประชาชน



ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องประสบกับ โลกธรรม ๘ คือ ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เป็นธรรมดา 


หากเราสามารถเตือนสติ ตนเองได้ว่า “แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป” ก็จะช่วยให้เราทำใจเป็นกลาง ทำใจเป็นปกติได้ 


เมื่อความรู้สึกต่างๆ เกิดขึ้น เช่น หงุดหงิด โกรธ น้อยใจ เสียใจ ขี้เกียจ วิตกกังวล หรือมีความรู้สึกตื่นเต้น ยินดีพอใจก็ตามให้เรามีสติ ปรับปรุงลมหายใจยาวๆ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ให้เกิดความรู้สึกตัว รักษาใจเป็นกลางๆ ทำใจสงบ และทำใจปล่อยวางว่า “แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป” 


เมื่อมีทุกข์ ทุกข์นั้นไม่ใช่สิ่งจีรังยั่งยืน ไม่มีประโยชน์อะไร ที่เราจะนำความทุกข์มาเป็นกังวล เมื่อมีสุข สุขนั้นก็ไม่จีรังยั่งยืนเช่นกัน เราไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยงเป็นอนิจจัง

ที่มา http://www.ranthong.com







ทำอย่างไร ให้หายขี้อาย



สิงโต นำโชค - อาย




ทำอย่างไร ให้หายขี้อาย


ถ้าพูดถึง "ความขี้อาย" แล้ว ไม่ว่าใครก็ย่อมมีความรู้สึกนี้อยู่บ้างล่ะน่า แหม...ใครจะใจกล้าหน้าด้านไปซะทุกเรื่องล่ะฮ้า ขืนเป็นงี้มันก็เกินไปนะตัว...ใช่ปะ 

เรื่อง
"ขี้อาย" จึงไม่ใช่ความแปลกใหม่ ของชีวิต แต่เป็นสิ่งที่ใคร ๆ มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดมากฝ่า ซึ่งข้อดีของความขี้อายมันก็มีอ่ะนะ เช่น ทำให้เป็นคนสุภาพเรียบร้อย และทำให้เป็นคนมีมารยาททางสังคม แต่โห ข้อเสียของการเป็นคนขี้อายก็มีเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเผื่อคุณอยากรู้จักมักจี่ หรือสนิทสนมผสมรักกับใครสักคนขึ้นมา แต่ไม่กล้าแสดงออกให้เค้ารู้ หรือไม่กล้าเข้าไปทักทายโอภาปราศรัยก่อน ก็ทำให้คุณเสียโอกาสที่จะคว้าใครสักคนมาเป็นแฟน...จริงไหมล่ะ

ยิ่งเป็นวัยรุ่นด้วยแล้ว ปัญหาที่พบมากและพบบ่อยที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น การไม่กล้าเปิดเผยความในใจให้ "คนที่ตัวเองนึกชอบ" ล่วงรู้ความในใจน่ะสิว่า
คุณรู้สึกอย่างไรกะเค้า เพราะชอบก็ไม่กล้าบอกว่าชอบ หรือหลงรักเค้าอยู่...โอ๊ะ เรื่องนี้ ยิ่งไม่กล้าพูด นี่ไม่ใช่แค่อายนะแต่กลัวเค้าไม่รับรัก ก็จะยุ่งอีนุงตุงนัง ทำให้เสียหน้า, เสียฟอร์ม และเสียความมั่นใจในตัวเอง ยิ่งเตลิดเปิดเปิงไปใหญ่น่ะซี

เพราะฉะนั้น มาหาวิธีขจัดความขี้อาย กันเถอะ ว่าแต่...อย่าถึงกับทำให้ความรู้สึกนี้หมดไปซะเลยล่ะ ขอให้เหลือไว้บ้าง ย่อมดีกว่าไม่มีเลย น่ะจ๊ะ ส่วนจะลดความขี้อายไงดีนะเหรอ ก็ทำแบบนี้ไง...เช่น




 1. ถามตัวเองซะก่อนว่า เรานั้นขี้อายตรงไหน แล้วแก้ให้ถูกจุด 
แบบอายเพราะไม่กล้าสบตาคนอื่น, อายเพราะไม่กล้าเดินเข้าไปทักคนอื่นก่อน, อายเพราะไม่กล้ายิ้มให้ใคร เพราะกลัวส่งยิ้มแล้วเค้าไม่ยิ้มตอบก็หน้าแตกสิว่ะ 
ถ้ารู้ตัวเองว่าคุณไม่กล้าทำอะไร เห็นทีต้องใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งซะแล้วสิ 
อย่างถ้าอยากรู้จักใคร ก็ไม่ต้องอ้ำอึ้งทำเป็นไม่กล้าพูดไม่กล้าเข้าไปคุย แต่ควรเดินเข้าไปคุยกับเค้าเลยจ๊ะ ด้วยการแนะนำตัวคุณก่อนก็ดีว่าชื่ออะไร ? แล้วค่อยถามเค้ากลับ เรื่องแค่นี้ไม่ควรจะเขินนานนะ การผูกมิตรน่ะง่ายกว่าการสร้างศัตรูซะอีกเชื่อดิ

 2. ฝึกด้วยการเป็นแม่สื่อหรือพ่อสื่อให้ เพื่อนดูก่อนก็ได้ 
บางคนงี้ ไม่กล้าไปเสวนาหรือเดินเข้าไปขายขนมจีบใครก่อนหรอก แต่ถ้าให้ช่วยเหลือเพื่อนเพื่อจีบใครล่ะก็ 
แหมถนัดนักล่ะ งั้นลองสวมบทบาทเป็นแม่สื่อ (หรือพ่อสื่อ) จับคู่เพื่อนที่มีใจให้กัน ให้ได้สักคู่นึงก่อนดิ 
ด้วยการสังเกตสังกาว่า มีเพื่อนคนไหนบ้างที่ "ส่งใจไปหากัน" แต่ทั้งคู่กลับไม่เคยแสดงออกในเรื่องนี้ให้รับรู้กันเลย อ่ะ งั้น...ฟ้าคงส่งให้เป็นหน้าที่ ของคุณซะแล้ว ที่จะช่วยให้พวกเค้าสมหวังกันสักที ทำเงี้ยะได้บุญด้วยนะ ไม่เชื่อลองส่งเสริมรักให้เพื่อนซี้ ดูก่อนก็ได้ แล้วจะรู้สึกดีจริงๆจ้า

 3. ถ้าไม่มั่นใจในตัวเอง เห็นทีต้องฝึกท่องในใจซะแล้วว่า คุณทำได้สบายมาก
ความขี้อายมักเกิดมาจากความไม่มั่นใจในตัวเอง เช่น ไม่มั่นใจว่าถ้าแสดงพฤติกรรมอย่างงั้นอย่างงี้ออกมาแล้ว คนอื่นจะคิดยังไง ? หากเป็นเช่นนี้ คุณควรลดความกลัว ที่ว่าคนอื่นจะคิดกับคุณอย่างไรออกไปบ้าง แล้วมุ่งเน้นความ สนใจไปที่ความรู้สึกของคนที่คุณชอบเค้าก็พอ เพราะถ้าขืนคิดถึงคนอื่นมากไป โอกาสที่คุณจะทำอะไรเพื่อตัวเองก็มีน้อยลงเท่านั้น

ดังนั้น ลองท่องประโยคที่ว่า คุณทำ...(อะไรก็ได้ที่อยากทำและเชื่อว่าทำแล้วคนที่คุณชอบจะชอบด้วย) ก็ทำเลย ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนเก็บอาการอีกต่อไปแล้ว อย่าลืมสิว่า คุณทำได้! 

 4. อย่าคิดมาก 
ถ้าอยากเอาชนะใจคนที่คุณเหล่ไว้ละก็ อย่าตีโพยตีพายคิดมากและคิดเองเออเองขึ้นมาก่อนเชียวว่า สงสัยคุณคงไม่กล้าไปพูดหรือเข้าไปเจรจากะเค้าแหงเลย เพราะถ้าคิดไปก่อนแบบนี้ ไอ้ที่ไม่กล้า ก็ยิ่งไม่กล้าอยู่นั่น ทางที่ดีอย่าคิดอะไรไปในทางร้าย ๆ ก่อนแค่นี้พอ แล้วเดี๋ยวความกล้าก็มาเอง

 5. หากิจกรรมส่งเสริมความกล้าทำมั่ง 
เช่น กล้าที่จะไปเสนอรายงานหน้าชั้นเรียน, กล้าที่จะคุยกับคนแปลกหน้าที่ไม่ใช่เพื่อน, กล้าที่จะทำกิจกรรมของโรงเรียนหรือที่ทำงาน และอื่น ๆ อีกเยอะแยะที่ช่วยฝึกฝนส่งเสริมให้เกิดความกล้าได้ ดังนั้น จึงอยากชวนให้ลองทำตามตัวอย่างที่ยกมาให้สักอย่าง เชื่อดิ่เดี๋ยวอาการขี้อายของคุณก็จะลดดีกรีลงไปเอง ในขณะที่ความกล้าจะเข้ามาแทนที่ 

เอ้า...เริ่มกล้าส่งตาหวานไปให้คนที่คุณชอบรึยังเอ่ย?

 6. อย่ารุกหนักเกินไป 
จริงอยู่ที่ใครหากมีความมั่นใจในตัวเอง รับรองเป็นสิ่งที่เลอเลิศประเสริฐศรีดีแน่นอน แต่ความมั่นใจในตัวเองควรอยู่ในระดับพอดิบพอดี (ทางสายกลาง) ไม่น้อยไปและไม่มากจนเว่อ เหมือนนักร้องบางคนละกันนะ เพราะเวลาที่คุณอยากไปตีซี้กะ "คนที่หมายปอง" ควรค่อย ๆ เดินหน้าเข้าหานะยะ ไม่ใช่บุ่มบ่ามส่งสายตาหื่นกระหายไปให้เค้า โอ้ยขืนเป็นงี้แล้วใครที่ไหนจะอยากคบด้วยล่ะ เนี่ยะไม่โดนคนที่คุณ ส่งสายตาแทะโลมตบสักเปรี้ยงก็ดีแค่ไหนแล้ว หัดเข้าหาเค้าอย่างสุภาพดีกว่าน่า

 7. อย่ากลัวถูกปฏิเสธ
หากเป็นนักกีฬา คุณก็คงทำใจไว้ก่อนใช่ไหมว่า โอกาสที่คุณจะชนะหรือแพ้มีเท่า ๆ กัน 50-50 ซึ่งก็เหมือนในเกมของความรัก คุณคงไม่เข้าข้างตัวเองว่าคุณจะพิชิตใจ "คนที่หมายปอง" ไปซะทุกคนได้หรอกจริงมะ ฉะนั้น ถ้ากล้าที่จะเผชิญหน้ากับความรักแล้วละก็ จงระลึกเสมอว่า การที่คุณจะฉอเลาะเข้าไปจีบใครสักคน ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่วิเศษแล้ว แม้ผลลัพธ์ที่ตามมา เค้าจะรับรักคุณหรือไม่ อย่าไปหวั่นใจตรงนี้ให้มาก ถือว่าคุณได้ลองจีบเค้าอย่างดี ที่สุดแล้วก็พอ อีกหน่อยอาการมือไม้สั่น, ใจเต้นแรง และพูดตะกุกตะกักก็จะหายไปได้เอง แหละตัว ไม่เชื่อก็ลองดูซี
:: variety.teenee.com ::





1
2

Wish You Happinessss

Success is not the key to happiness. Happiness is the key to success. 
If you love what you are doing, you will be successful. 

~ Albert Schweitzer ~

 คัมภีร์ 5 ห่วง  วิถีแห่ง "ซามูไร" วิถีแห่งนักรบ "บูชิโด"   แนวคิดของตัวเม่น   GOOD LUCK สร้างแรงบันดาลใจเพื่อความสำเร็จ ในชีวิตและธุรกิจด้วยตัวคุณเอง    Why complicate life ?   3 x 8 = เท่าไหร่ ?????   "ฉันชื่อ..โอกาส"

Wish You Happinessss