1
2

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Business แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Business แสดงบทความทั้งหมด

"ควรรู้" หรือ "ต้องรู้"

That's all i know



"ควรรู้" หรือ "ต้องรู้"



เด็กหนุ่มคนหนึ่ง...เป็นชาวสงขลา...เรียนเก่งมาก...
สอบชิงทุนได้ไปเรียนอเมริกา...ตั้งแต่เด็กๆ...
จนจบด็อกเตอร์...จึงกลับมาเยี่ยมบ้าน...
บ้านของเด็กหนุ่ม...อยู่อีกฟากหนึ่ง...ของทะเลสาบสงขลา...
ต้องนั่งเรือแจว...ข้ามไป..ใช้เวลาแจวประมาณหนึ่งชั่วโมง...

ชายหนุ่ม “เรือที่ติดเครื่องยนต์...ไม่มีเหรอ...ลุง...?” 
ชายชรา “ไม่มีหรอกหลาน...ที่นี่มันบ้านนอก...มันห่างไกลความเจริญ...มีแต่เรือแจว...”
ชายหนุ่ม “โอ...ล้าสมัยมากเลยนะลุง...โบราณมาก...ที่อเมริกา....เขาใช้เครื่องบินกันแล้วลุง... ลุงยังมานั่งแจวเรืออยู่อีก...ไปส่งผมฝั่งโน้น...เอาเท่าไร...ลุง...?
ชายชรา “80 บาท...”
ชายหนุ่ม “OK...ไปเลยลุง....”



ในขณะที่ลุงแจวเรือ...หนุ่มนักเรียนนอก...ก็เล่าเรื่องความทันสมัย...
ความก้าวหน้า...ความศิวิไลช์...ของอเมริกาให้ลุงฟัง... 
“เมืองไทย...เมื่อเทียบกับอเมริกาแล้ว...ล้าสมัยมาก... ไม่รู้คนไทย...อยู่กันได้ยังไง...? ทำไมไม่พัฒนา...ทำไมไม่ทำตามเขา...เลียนแบบเขาให้ทัน...?”
ชายหนุ่มถาม “ลุง...ลุงใช้คอมพิวเตอร์...ใช้อินเตอร์เน็ต...เป็นไหม...?”
ชายชรา “ลุงไม่รู้หรอก...ใช้ไม่เป็น...”

ชายหนุ่ม “โอ้โฮ...ถ้าลุงไม่รู้เรื่องนี้น่ะ....ชีวิตลุงหายไปแล้ว...25 %...แล้วลุงรู้ไหมว่า...เศรษฐกิจของโลก...ตอนนี้เป็นยังไง..?”
ชายชรา “ลุงไม่รู้หรอก...”
ชายหนุ่ม “ถ้าลุงไม่รู้เรื่องนี้นะ...ชีวิตของลุงหายไปอีก 25% เป็น...50 %...แล้วละลุง...แล้วลุงรู้เรื่องนโยบายการค้าโลกไหม...เรื่องดาวเทียม ลุงรู้ไหม...ลุง...?”
ชายชรา “ลุงไม่รู้หรอก...หลานเอ๊ย..ชีวิตของลุง...วันๆหนึ่ง ลุงรู้อยู่อย่างเดียว...ว่าจะทำยังไง...ถึงจะแจวเรือให้ถึงฝั่งโน้น...เท่านั้นแหละ”
ชายหนุ่ม “โอว..ถ้าลุงไม่รู้เรื่องพวกนี้...ชีวิตของลุง...หายไปแล้วไม่ต่ำกว่า...75 % แล้วละ”



พอดีช่วงนั้น...เกิดลมพายุพัดมาอย่างแรง...มีคลื่นลูกใหญ่มาก...ท้องฟ้ามืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว....ชายชรามองรอบข้างอย่างกังวล ก่อนจะเอ่ยถามชายหนุ่มว่า
“นี่พ่อหนุ่ม...พ่อหนุ่มเรียนหนังสือมาเยอะ...จบดอกเตอร์จากต่างประเทศ...ลุงอยากถามอะไรสักหน่อยได้ไหม...?
“ได้ซิลุง...จะถามอะไรหรือลุง...อย่าหาว่าผมขี้คุย ผมว่าผมตอบคำถามที่ลุงสงสัยได้หมด?”
ชายชรา “เอ็งว่ายน้ำเป็นไหม...?”
ชายหนุ่ม “เอ้อๆๆ..คือว่าเรื่องนี้ ผมว่ายน้ำไม่เป็นครับ...ลุง....”
ชายชรา “โอ...ถ้างั้นพ่อหนุ่ม..ชีวิตของเอ็ง...กำลังจะหายไป 100 % ....แล้วล่ะ”



พายุพัดจัดขึ้น   เรือลำน้อยถูกคลื่นและลมพัดโยนขึ้นๆลงๆ
ในไม่ช้าก็ถูกคลื่นและพายุกระหน่ำจนเรือพลิกคว่ำ
ลุงป้อม-คนแจวเรือจ้างว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย    
แต่ทว่าด๊อกเตอร์ผู้น่าสงสาร จมหายไปใต้กระแสน้ำอันไหลเชี่ยวนั้น


บางครั้งคนเรามีความรู้ตั้งมากมาย แต่เมื่อเกิดสถานการณ์คับขันขึ้นมา ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตตัวเองได้ อย่างที่โบราณเขาว่าไว้ "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" ดังนี้แล

ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
มีความรู้มากแต่ไม่รู้จักใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์

ความรู้         มีมากล้น        เรียนมา 
ท่วมหัว        มิอาจพา         ช่วยได้ 
เอาตัว  โดยปัญญา   มิอาจ  ทำแล 
ไม่รอด      เสียทีไซร้     ที่ได้ศึกษา


“ในโลกนี้มีสิ่งให้เราได้เรียนรู้อยู่มากมาย 
แต่เราคงต้องเลือกที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ ก่อนสิ่งที่ควรจะรู้”

…โดยความสามารถของเทคโนโลยีทุกวันนี้ โลกและจักรวาลอยู่แค่เพียงปลายนิ้วบนแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เราสามารถรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกมุมหนึ่งของโลก ในเวลาเดียวกันกับที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น ทำให้เรียนรู้เข้าใจได้ทั้งโลก และจักรวาล 

แต่สิ่งที่น่าแปลก คือ เราเรียนรู้และเข้าใจในตนเองมากน้อยเพียงใด เรารู้จักตนเองดีพอแล้วหรือไม่ ที่จะตอบตนเองได้ว่า “เราจะต้องรู้อะไร?” ไม่ใช่ "ควรจะต้องรู้อะไร?"




"ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันมีกินแค่หนึ่งวัน สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป"


พรานทะเล ทีโบน



นิทาน ... เรื่องเล่า ตอน "สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป" (หนังสือเสียง02)



"ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันมีกินแค่หนึ่งวัน 
สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป"



"ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันมีกินแค่หนึ่งวัน สอนฉันจับปลา ฉันมีกินตลอดไป" 
นอกจากสอนวิธีจับปลา ยังต้องสอนวิธีเก็บรักษาปลาที่หามาได้ วิธีปรุงอาหาร ถนอมอาหาร
มิฉะนั้นเขาก็จะไม่มีปลากินในช่วงฤดูมรสุมที่ออกหาปลาไม่ได้ สอนวิธีเอาปลาไปขาย 
เพื่อจะได้ไม่ต้องกินแต่ปลาไปตลอด ....

มองมาที่ การพัฒนาคน ...  
หากเราให้เป็นของ เป็นเงิน ไม่ว่าจะครั้งเดียว หรือขึ้นเงินเดือนกี่ร้อยกี่พันบาท 
ก็เปรียบเสมือนการให้ปลา หากเราเพิ่มพูนวิชาชีพ ทักษะการทำงานแก่เขา 
ก็เปรียบเสมือนการสอนเขาจับปลา ....













If you give someone a fish, they eat for a day.

If you teach someone to fish, they can feed themselves until the water is contaminated or the shoreline is seized for development.

If you teach someone to think critically and be politically conscious, then whatever the challenge, they can organize with their peers and stand up for their interests





ต้นไม้ปัญหา

ที่ตรงนี้ มีฉัน _ เป๊ก บลูสกาย _ Cover by drunkard



ต้นไม้ปัญหา


ช่างไม้ที่ผมจ้างมาซ่อมบ้านต่างจังหวัดเพิ่งเลิกงานในวันแรก
อย่างทุลักทุเล ยางรถแตกทำให้เขาเสียเวลางานไปกว่าชั่วโมง 
เลื่อยไฟฟ้าก็เสีย แล้วนี่รถปิคอัพโกโรโกโสก็สตาร์ทไม่ติดเสียอีก 
ทุกอย่างดูเลวร้ายไปหมด ผมรู้สึกเห็นใจจึงอาสาพาไปส่งถึงที่บ้าน

ช่างไม้นั่งเงียบตลอดทาง เมื่อไปถึงบ้านเขาเชิญผมไปรู้จักกับสมาชิกในครอบครัว ในระหว่างที่เราเดินผ่านประตูรั้ว 




เขาหยุดครู่หนึ่งที่ต้นไม้หน้าบ้าน 
เอามือทั้งสองขึ้นไปสัมผัสกิ่งใหญ่ชั่วครู่หนึ่ง

เมื่อไปถึงประตูบ้าน สีหน้าของเขาแช่มชื่นยิ้มแย้มเป็นคนละคน เขาสวมกอดลูกชายเล็กๆ ทั้งสอง รวมทั้งหอมแก้มภรรยา 

ได้เวลาอันสมควรผมก็ลากลับ ช่างไม้เดินออกมาส่งที่รถ ซึ่งก็จะต้องเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นเดิม ผมจึงอดความสงสัยไว้ไม่ได้ จึงถามช่างไม้ว่า  เขายกมือทั้งสองสัมผัสกิ่งไม้ตอนขาเข้ามาทำไม



"อ้อ..นั่นมัน ต้นไม้ปัญหา ของผมเอง" เขาตอบ

"ปัญหาในการทำงานเกิดขึ้นกับผมเสมอๆ แต่ที่แน่ๆ สิ่งหนึ่งก็คือ ปัญหาต่างๆพวกนี้ไม่ใช่ปัญหาของคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นภรรยาหรือลูกๆ

ดังนั้น ผมก็เลยแขวนปัญหาทั้งหมดที่มีในแต่ละวันไว้ที่ต้นไม้ต้นนี้ก่อนเข้าบ้าน 

แล้วผมก็จะเอาปัญหาที่แขวนไว้ออกไปกับผมใหม่ในตอนเช้า"

ช่างไม้ยิ้ม "คุณรู้ไหมที่แปลกก็คือ ทุกเช้าที่ผมไปเอาปัญหาคืนกลับมานั้น ปัญหาที่ว่าหนักหนาสาหัส ดูเบาขึ้น ไม่ได้หนักหนาเท่าตอนเอามาแขวนเลยสักที "


ประเด็นการเรียนรู้จึงอยู่ที่ว่า ในการทำงานนั้น ทุกคนต้องพบเจอปัญหาต่างๆ มากมาย แต่ไม่ว่าจะพบเจอปัญหาแบบไหน ปัญหาทุกๆ อย่างนั้นเกิดขึ้นได้ แต่ก็แก้ไขได้เสมอเช่นกัน เราจึงควรรู้จักการปล่อยวางปัญหาลงบ้าง ซึ่งก็จะดีทั้งกับตัวเอง และคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้าง...


ที่แห่งนี้


The Trouble Tree
Here is a great little story!

The carpenter I hired to help me restore an old farmhouse had just finished a rough first day on the job. A flat tire made him lose an hour of work, his electric saw quit and now his ancient pickup truck refused to start. While I drove him home, he sat in stony silence. On arriving, he invited me in to meet his family. As we walked toward the front door, he paused briefly at a small tree, touching the tips of the branches with both hands.

When opening the door he underwent an amazing transformation. His tanned face was wreathed in smiles and he hugged his two small children and gave his wife a kiss. Afterward he walked me to the car. We passed the tree and my curiosity get the better of me. I asked him about what I had seen him do earlier.

“Oh, that’s my trouble tree”, he replied. “I know I can’t help having troubles on the job, but one thing for sure, troubles don’t belong in the house with my wife and the children. So I just hang them up on the tree every night when I come home. Then in the morning I pick them up again.”

“Funny thing is,” he smiled, “when I come out in the morning to pick them up, there aren't nearly as many as I remember hanging up the night before”.

Author Unknown


มาร์เก็ตติ้ง ฮาเฮ




มาร์เก็ตติ้ง ฮาเฮ 
เรียนรู้การตลาดแบบฮาเฮ เข้าใจง่ายๆ กันค่ะ
ให้คำภาษาไทย โดย คุณ วรวรรณ ธาราภูมิ

ให้ตายสิ สุดยอดนักการตลาดระดับโลกอย่าง Philip Kotler, David Ogilvy, Michael Porter, Theodore Levitt หรือ John Kenneth Galbraith ก็ยังอธิบายคอนเซปท์ของวิชาการตลาดได้ไม่ดีเท่านี้



1. เขาพบสาวสวยในงานปาร์ตี้ เขาเดินเข้าไปหาเธอแล้วบอกว่า “ผมรวยมากนะ แต่งงานกับผมเถิด” 

นั่นคือ Direct Marketing (การตลาดทางตรง)

2. เขากำลังอยู่ในงานปาร์ตี้ท่ามกลางเพื่อนๆ หลายคน และเขาพบสาวสวยคนหนึ่ง 1 ในเพื่อนของเขาเดินไปหาเธอ ชี้นิ้วมาที่เขา แล้วบอกเธอว่า “เพื่อนผมคนนี้รวยมากนะ แต่งงานกับเขาเหอะ”

นั่นคือ Advertising (การโฆษณา)

3. เขาพบสาวสวยในงานปาร์ตี้ เลยขอเบอร์โทรศัพท์เธอไว้ แล้วโทรไปหาในวันรุ่งขึ้น “สวัสดีครับ แต่งงานกับผมเถิด ผมรวยมากนะครับ” 

นั่นคือ Telemarketing (การขายสินค้าและบริการทางโทรศัพท์)

4. เขาเห็นสาวสวยในงานปาร์ตี้ เลยยืนขึ้นจับเนคไทให้เข้าที่ เดินเข้าไปหา รินเครื่องดื่มให้เธอ เสนอตัวพาเธอกลับบ้าน และเมื่อพาไปที่รถคุณก็เปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่ง หยิบกระเป๋าถือของเธอที่หล่นบนพื้นคืนให้ แล้วบอกว่า “เอ่อ ... ผมรวยนะครับ แต่งงานกับผมได้ไหมครับ”

นั่นคือ PR (Public Relations) การประชาสัมพันธ์)

5. เขาอยู่ในงานปาร์ตี้ และพบสาวสวยคนหนึ่ง เธอเดินเข้ามาหาแล้วบอกว่า “ฉันจำคุณได้ คุณรวยมาก แต่งงานกับฉันไหมคะ” 

นั่นคือ Brand Recognition (การรู้จักแบบมีสิ่งกระตุ้น)

6. เขาเห็นสาวสวยในงานปาร์ตี้ เขาเดินเข้าไปหาเธอแล้วบอกว่า “ผมรวยมาก แต่งงานกับผมซะ” พอพูดจบเธอก็ตบหน้าเขาเต็มเหนี่ยว

นั่นคือ Customer Feedback (การตอบรับจากลูกค้า)

7. เขาเห็นสาวสวยในงานปาร์ตี้ เขาเดินเข้าไปหาเธอแล้วบอกว่า “ผมรวยมาก แต่งงานกับผมซะ” เธอเลยแนะนำให้เขารู้จักกับสามี 

นั่นคือ demand and supply gap (ช่องว่างระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน)

8. เขาเห็นสาวสวยในงานปาร์ตี้ เขาเดินเข้าไปหาเธอ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็มีชายอื่นโฉบเข้ามาแล้วพูดก่อนว่า
“ผมรวยมาก แต่งงานกับผมไหมครับ” เธอยิ้ม แล้วเธอก็จากไปกับชายคนนั้น

นั่นคือ competition eating into your market share (โดนคู่แข่งกินส่วนแบ่งทางการตลาดไปแล้ว หรือ ม.ค.ป.ด.)

9. เขาเห็นสาวสวยในงานปาร์ตี้ เขาเดินเข้าไปหาเธอ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เมียดันมาถึงพอดี


นั้นคือ restriction for entering new markets (ข้อจำกัดในการเปิดตลาดใหม่)






Marketing Tips



Subject: Professor at IIMs explaining marketing concepts to Students?
1. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and say: "I am very rich.”Marry me!" 
- That's Direct Marketing"

2. You're at a party with a bunch of friends and see a gorgeous girl. One of your friends goes up to her and pointing at you says: "He's very rich.”Marry him." 

-That's Advertising"

3. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and get her telephone number. The next day, you call and say: "Hi, I'm very rich. Marry me” 

- That's Telemarketing"

4. You're at a party and see gorgeous girl. You get up and straighten your tie, you walk up to her and pour her a drink, you open the door (of the car) for her, pick up her bag after she drops it, offer her ride and then say: "By the way, I'm rich. Will you "Marry Me?" 

- That's Public Relations

5. You're at a party and see gorgeous girl. She walks up to you and says: "You are very rich! Can you marry me?" 
- That's Brand Recognition

6. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and say: "I am very rich. Marry me!" She gives you a nice hard slap on your face. 
- "That's Customer Feedback"

7. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and say: "I am very rich. Marry me!" And she introduces you to her husband. 
- "That's demand and supply gap"

8. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and before you say anything, another person comes and tells her: "I'm rich. Will you marry me?" and she goes with him

- "That's competition eating into your market share"

9. You see a gorgeous girl at a party. You go up to her and before you say: "I'm rich, Marry me!" your wife arrives. 
- "That's restriction for entering new markets"



1
2

Wish You Happinessss

Success is not the key to happiness. Happiness is the key to success. 
If you love what you are doing, you will be successful. 

~ Albert Schweitzer ~

 คัมภีร์ 5 ห่วง  วิถีแห่ง "ซามูไร" วิถีแห่งนักรบ "บูชิโด"   แนวคิดของตัวเม่น   GOOD LUCK สร้างแรงบันดาลใจเพื่อความสำเร็จ ในชีวิตและธุรกิจด้วยตัวคุณเอง    Why complicate life ?   3 x 8 = เท่าไหร่ ?????   "ฉันชื่อ..โอกาส"

Wish You Happinessss