1
2

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 3D แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 3D แสดงบทความทั้งหมด

สิ่งธรรมดาคือสิ่งพิเศษ...

.



 
สิ่งธรรมดาคือสิ่งพิเศษ... 
ท่าน ติช นัท ฮันท์ พูดเรื่องนี้ไว้ดีมากในหนังสือ "ขอบคุณสรรพสิ่ง" 
"ปาฏิหารย์ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือบินอยู่บนอากาศ
แต่ปาฏิหารย์คือการเดินอยู่บนผืนดิน และมีความสุขในทุกย่างก้าว" 
ชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่อง "ธรรมดา" เช่น ตื่นมาอาบน้ำ แปรงฟัน ขับรถไปทำงาน

กินอาหารเที่ยงกับเพื่อนในที่เดิมๆ ตอนเย็นกลับมาก็เห็นหน้าภรรยาหรือสามีคนเดิมๆ ใส่ชุดธรรมดาๆ...หน้าตาเราหรือก็ธรรมดาๆ... 
เราส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนธรรมดาๆ มีชีวิตธรรมดาๆ กันทั้งนั้น
แต่ถ้าความ "ธรรมดา" นี้หมดไปล่ะ

เช่น อยู่ดีๆ ลูกเราเกิดเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือสามีเราถูกรถชนตาย หรือเราถูกไล่ออกจากงานที่เราเบื่อแสนเบื่อ...  
เรื่องก็จะ "ไม่ธรรมดา" ไปในทันที  
และในเวลานั้นเอง เราจะหวนมาคิดเสียดายความ "ธรรมดา" จนใจแทบจะขาด...ให้เรารีบชื่นชมกับความ "ธรรมดา" ที่เรามี และใช้ชีวิตประหนึ่งว่า
สิ่งนั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาล

เพราะสิ่งธรรมดาๆ แท้จริงแล้วคือ สิ่งที่พิเศษที่สุดแล้ว....

หนังสือ "ขอบคุณสรรพสิ่ง" 




ริบบิ้นสีเหลืองบนต้นไม้ "Tie A Yellow Ribbon Around The Old Oak Tree"


Plastic Plastic - Tie A Yellow Ribbon Round The Old Oak Tree (Cover)


ริบบิ้นสีเหลืองบนต้นไม้



1. 
นักโทษคนหนึ่งเขียนจดหมายถึงคนรักของเขาว่า เขากำลังจะพ้นโทษ หลังจากใช้ชีวิตในคุกนานสามปี เขาอยากรู้ว่าเธอยังรอเขาอยู่หรือไม่ เธอจะให้อภัยเขาไหม 


จากคุกเขานั่งรถบัสกลับบ้าน หวังจะได้กลับไปหาเธอ หากเธอยังรักเขาอยู่ ก็ให้แขวนริบบิ้นสีเหลืองเส้นหนึ่งรอบต้นโอคหน้าบ้าน หากเขานั่งรถบัสผ่านไปแล้วไม่เห็นริบบิ้นสีเหลือง เขาก็จะไม่ลงจากรถ และจากไปตลอดกาล ยอมรับคำตัดสินของเธอโดยดุษฎี 


ระหว่างทาง เขาขอให้คนขับรถบัสช่วยมองหาริบบิ้นสีเหลืองที่คาดรอบต้นโอค เพราะเขากลัวว่ามองหาแล้วไม่เห็น




นี่เป็นเนื้อหาของเพลง Tie a Yellow Ribbon ’Round the Old Oak Tree
แต่งโดย เออร์วิน ลีไวน์ กับ แอล. รัสเซลล์ บราวน์ มีเค้ามูลจากเรื่องจริงของชายนักโทษคนหนึ่งในรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา มันกลายเป็นบทความ หนังโทรทัศน์ และเพลง


I’m comin’ home, I’ve done my time
Now I’ve got to know what is and isn’t mine
If you received my letter telling you I’d soon be free
Then you’ll know just what to do
If you still want me...




ในศตวรรษที่ 19 ริบบิ้นสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของการระลึกถึงหรือการรอทหาร ผู้หญิงหลายคนคาดริบบิ้นสีเหลืองบนเส้นผมเพื่อบอกว่าพวกเธอกำลังรอคนรักซึ่ง ไปรับใช้ชาติอยู่ในสมรภูมิ


ในยุค 1970 สัญลักษณ์ริบบิ้นสีเหลืองนี้ขยายออกไปนอกวงการทหาร มีความหมายถึงการจากไปของคนรัก ไม่ว่าจะไปสงครามหรือติดคุก การติดริบบิ้นสีเหลืองหมายถึงใครคนนั้นยังรอคนที่จากไปอยู่ บางครั้งก็ผูกรอบต้นไม้หน้าบ้าน


Tie a yellow ribbon ’round the old oak tree
It’s been three long years
Do you still want me...




2. 
ความผิดของมนุษย์ในโลกมีสองประเภท ทำผิดโดยไม่ตั้งใจ กับโดยตั้งใจ


การทำผิดโดยไม่ตั้งใจก็มีสองประเภทคือ ทำผิดแล้วหลาบจำ ไม่ทำผิดอีก กับทำผิดแล้วทำซ้ำอีก


โดยหลักการ การทำผิดแล้วหลาบจำ รู้จักเรียนรู้จากสิ่งที่ทำ ก็เป็นเรื่องที่น่าให้อภัย แต่โดยการปฏิบัติ สังคมมักไม่ค่อยเปิดโอกาส โอกาสที่สองให้คนทำผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักโทษและอาชญากร


นี่อาจเป็นสาเหตุของการกลับเข้าคุกรอบที่สอง รอบที่สามของคนจำนวนมาก ด้วยทัศนคติแบบนี้ของสังคม สร้างคุกเท่าไรก็ไม่เคยพอ


การเปิดโอกาสที่สองแก่คนทำผิดที่รู้สำนึกไม่เพียงยกระดับจิตใจของคนที่ รู้จักให้อภัย ยังช่วยแก้ปัญหารวมของสังคมในระยะยาวซึ่งยั่งยืนกว่า



คัมภีร์คริสต์ศาสนา The Gospel of John บทที่ 8:1-11 บันทึกว่า เช้าวันหนึ่ง เมื่อพระเยซูเสด็จไปถึงภูเขามะกอก พระองค์ดำเนินไปถึงวัดแห่งหนึ่ง พบเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะถูกประชาทัณฑ์ เนื่องจากนางประพฤติผิดในกาม โทษของนางตามกฎแห่งโมเสสคือต้องถูกขว้างด้วยก้อนหินจนตาย



พระเยซูตรัสกับชาวบ้านผู้หมายจะลงทัณฑ์ว่า “ขอให้ผู้ที่ปราศจากบาปเป็นคนแรกที่ขว้างก้อนหินใส่นางเถิด” ไม่นานฝูงชนก็ค่อยๆ หายไปทีละคนสองคน 




ในที่สุดก็เหลือแต่พระองค์กับหญิงคนนั้น องค์เยซูตรัสกับสตรีนางนั้นว่า “เราเองก็ไม่อาจประกาศว่าเจ้าทำผิด จงไปเสียเถิด และอย่าทำบาปอีก”


ไม่เคยมีใครไม่ทำผิด ไม่มีคนบริสุทธิ์ผุดผ่องเต็มร้อยในโลกใบนี้ แม้แต่พระพุทธองค์ยังทรงให้โอกาสที่สองแก่โจรใจบาป องคุลิมาล



การให้อภัยจึงเป็นทานชั้นสูง เพราะมันยกระดับจิตใจของคนให้


สำนวนจีนว่า “เมื่อวางดาบ ก็เป็นอรหันต์”


มหาตมะ คานธี กล่าวว่า “คนอ่อนแอไม่สามารถให้อภัยได้ การให้อภัยเป็นคุณสมบัติของคนเข้มแข็ง”


อิสรภาพที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อใจเป็นอิสระ

I’m really still in prison
And my love, she holds the key
A simple yellow ribbon’s what I need to set me free


;
1. 
รถบัสแล่นไปถึงที่หมาย คนในรถบัสส่งเสียงร้องเชียร์ดังลั่น ชายอดีตนักโทษมองเห็นริบบิ้นสีเหลืองจำนวนนับร้อยเส้นแขวนบนต้นโอคใหญ่ ปลิวไสวไปตามแรงลม

วินทร์ เลียววาริณ
www.winbookclub.com





เด็กบนรางรถไฟ กับการตัดสินใจของคุณ







เด็กบนรางรถไฟ
กับการตัดสินใจของคุณ



มีเด็กกลุ่มหนึ่งเล่นกันใกล้รางรถไฟ 2 ราง...
รางหนึ่งอยู่ในระหว่างการใช้งาน ในขณะที่อีกรางหนึ่งไม่ได้ใช้งานแล้ว มีเพียงเด็กคนเดียวเท่านั้นที่เล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งาน ส่วนเด็กที่เหลือนั่งเล่นอยู่บนรางที่ยังใช้งานอยู่







คุณ อยู่ใกล้ๆ ที่สับรางรถไฟคุณสามารถเปลี่ยนทางรถไฟไปยังรางที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อช่วยชีวิตเด็กส่วนใหญ่ แต่นั่นหมายถึงการเสียสละชีวิตของเด็กคนที่เล่นอยู่บนรางที่ไม่ได้ใช้งาน หรือคุณเลือกจะปล่อยให้รถไฟวิ่งทางเดิม?

ลองหยุดคิดสักนิด มีทางเลือกใดที่เราสามารถตัดสินใจได้
คุณต้องทำการตัดสินใจก่อนที่จะอ่านต่อไป
...
...
รถไฟไม่สามารถหยุดรอให้คุณไตร่ตรองได้

คนส่วนมากอาจเลือกที่จะเปลี่ยนทางรถไฟ และยอมสละชีวิตของเด็กคนนั้น ผมคิดว่า คุณก็อาจจะคิดเช่นเดียวกัน

แน่นอน ตอนแรกผมก็คิดเช่น นี้เพราะการช่วยชีวิตเด็กส่วนมาก
ด้วยการเสียสละชีวิตเด็กหนึ่งคนนั้นดูสมเหตุผลทั้งทางศีลธรรมและความรู้สึก

แต่คุณเคยคิดบ้างไหมว่าเด็กที่เลือกเล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งานแล้วที่จริงเขาได้ตัดสินใจถูกต้อง ที่จะเล่นในสถานที่ๆ ปลอดภัยแล้วต่างหากแต่ทว่า เขากลับต้องเสียสละชีวิตให้กับเพื่อนที่ไม่ใส่ใจ และเลือกที่จะเล่นในที่อันตราย


สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นรอบตัวเราทุกวัน ในสถานที่ทำงาน ย่านชุมชน การเมืองโดยเฉพาะในสังคมประชาธิปไตย คนกลุ่มน้อยมักจะถูกเสียสละให้กับผลประโยชน์ของคนหมู่มาก


แม้ว่าคนกลุ่มน้อยจะฉลาด มองการณ์ไกล และคนหมู่มากจะโง่เง่า ไม่ใส่ใจก็ตาม เช่นเดียวกับ เด็กคนที่เลือกที่จะไม่เล่นบนรางที่อยู่ในการใช้งานตามเพื่อนๆ ของเขา และคงไม่มีใครเสียน้ำตาให้หากเขาต้องสละชีวิตก็ตาม


เพื่อนที่ส่งต่อเรื่องนี้มาบอกว่า เขาจะไม่พยายามเปลี่ยนเส้นทางรถไฟ เพราะเขาเชื่อว่าเด็กที่เล่นอยู่บนรางที่อยู่ในการใช้งาน ย่อมรู้ดีว่า รางนั้นยังอยู่ในระหว่างการใช้งาน และพวกเขาควรจะหลบออกมาเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงหวูดรถไฟ


ถ้าทางรถไฟถูกเปลี่ยน เด็กหนึ่งคนนั้นต้องตายอย่างแน่นอน เพราะเขาไม่เคยคิดว่ารถไฟจะเปลี่ยนมาใช้เส้นทางนั้น นอกจากนั้น รางที่ไม่ได้ถูกใช้งานอาจเป็น เพราะรางนั้นไม่ปลอดภัย ถ้ารถไฟถูกเปลี่ยนเส้นทางมาที่รางนี้ เราทำให้ชีวิตของผู้โดยสารทั้งหมดตกอยู่ในอันตราย


ในขณะที่คุณพยายามช่วยชีวิตเด็กจำนวนหนึ่งโดยการสละชีวิตเด็กหนึ่งคน อาจกลายเป็นการสังเวยชีวิตผู้คนนับร้อยก็เป็นได้




เรารู้ว่าชีวิตเต็มไปด้วยการตัดสินใจอันยากลำบาก
บางครั้งเราอาจลืมไปว่า
*
*

การตัดสินใจอันรวดเร็วใช่จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
จำไว้ว่า สิ่งที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่นิยมปฎิบัติ
และสิ่งที่เป็นที่นิยม ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป
ทุกๆ คนสามารถทำสิ่งผิดพลาดได้

 
และนั่นคือเหตุผลที่เขาใส่ยางลบไว้ ที่ปลายของดินสอ








มาเรียนรู้...การใช้ชีวิตให้ช้าลง, นิทานเรื่องชายตัดต้นไม้


เหนื่อยนัก พักนะ - ลุลา ^_^



มาเรียนรู้...การใช้ชีวิตให้ช้าลง




ลดความเครียด ลดการทำงานให้น้อยลง หาเวลาพักในบางช่วงจะทำให้ชีวิตมีคุณภาพมากขึ้น


ชีวิตที่ต้องทำงานตลอดเวลา ต้องคิด ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของปากท้องทั้งของตนและคนใกล้ชิด ส่งผลให้เกิดความเครียด จึงอยากให้ลองถามตัวเองว่า เราเครียดถึงระดับไหนแล้ว สมควรแก่เวลาแล้วหรือยังที่ต้องหยุดพัก เพื่อลดความเครียดของตนเอง


บริษัท plan motif จึงอยากชักชวนให้ใช้ชีวิตช้าลง โดยจัดงาน “20ปี แห่งความสุขจากการเรียนรู้…สู่ปัญญา” ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์กรุงเทพ


ในงานนี้ พระไพศาล วิสาโล ให้ข้อคิดการดำเนินชีวิตไว้ว่า 
การทำงานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่การทำงานมากเกินไป ก็ทำให้เกิดความเครียดและส่งผลต่องาน ลองทบทวนดูสิว่า ถ้ามีเวลาพัก แต่ได้งาน ควรทำอย่างไร เหมือน นิทานเรื่องชายตัดต้นไม้



"ปัญหาที่ทำให้การตัดต้นไม้ของเขาไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเขาไม่หยุดพัก เพื่อลับคมขวาน ถ้าเขายอมเสียเวลาสักนิด เพื่อลับคมขวาน เขาก็จะตัดต้นไม้ได้มากขึ้น สมองคนเราก็เหมือนกัน เวลาใช้ความคิดมากๆ ทำงานมากๆ ก็จะเหนื่อยและเฉื่อยชา เหมือนเครื่องยนต์ที่ทำงานไม่ได้ ต้องเติมน้ำมันหล่อลื่น เราต้องหยุดตรวจสอบอุปกรณ์ในตัวเราบ้าง ให้สมองได้พักบ้าง” 


พระไพศาล กล่าวและโยงไปถึงผลสำรวจของผู้กำลังจะเสียชีวิต มักจะเสียใจหลายอย่างตามลำดับดังนี้ 


1.เสียใจที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ตนต้องการ 
2.อยากทำงานให้น้อยลง 
3.ใช้ชีวิตกับเพื่อนน้อยเกินไป 
4.ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข


"บางสิ่งที่ไม่สำคัญในชีวิตก็ตัดออกไป ควรให้เวลากับตัวเองให้มากที่สุดในชีวิต ใจเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อยากให้ทุกคนมองโลกในแง่บวกและรู้จักปล่อยวาง 



ยกตัวอย่าง เวลาของเราหาย แล้วรู้สึกเสียใจ เพราะใจเรายังยึดติดกับอดีต ทุกข์เพราะความคิดของเรา ต้องคิดเสียว่าของที่หายไป เรายังหาใหม่ได้ ถ้าเรายังมีสุขภาพที่ดี รักษากายใจให้ดีอยู่เสมอ ฝึกเป็นคนมองโลกในแง่บวก เติมความคิดฝ่ายดีเข้าไป" 
พระไพศาล กล่าว และฝากไปถึงทุกคนว่า "หยุดคิด รักษาจิต ใช้ชีวิตให้ช้าลง"


นอกจากธรรมะบรรยาย ยังมีกิจกรรมงานอาสาให้เห็นว่า สิ่งเหล่านี้สำคัญต่อสังคม จึงมีจิตอาสาจำนวนหนึ่งเข้ามาช่วยกันตกแต่งถุงใส่น้ำเกลือให้น่ารักสำหรับน้องๆ ที่ป่วยไว้ประคบศรีษะและท้อง ตกแต่งหมวกให้มีสีสันสดใสสำหรับน้องๆ ที่ต้องให้คีโมและตุ๊กตาสำหรับแจกน้องๆ


ในเรื่องนี้ สัญใจ พูลทรัพย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แปลน โมทิฟ จำกัด บอกว่า อยากให้คนเห็นว่ากิจกรรมงานจิตอาสาเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม อยากให้พนักงานบริษัทฯและคนทั่วไปมาเรียนรู้ร่วมกัน


"ผมมองว่าการทำงานดีไซน์ ทำให้คนเรามีอัตตา แต่การทำงานเพื่อสังคมจะทำให้ลดอัตตา บริษัทเรามีกิจกรรมต่อเนื่องเป็นงานเพื่อสังคม อาทิ การจัดทำหนังสือข้อมูลของสวนโมกข์ คู่มือนำชม คู่มือชาวพุทธ ตามรอยนักเขียนอย่างจิตร ภูมิศักดิ์ และกิจกรรมแปลนรักป่า”



นิทานคนตัดไม้ 
นานมาแล้วยังมีคนตัดไม้คนหนึ่ง เป็นคนที่ขยันขันแข็ง ใช้ขวานสับต้นไม้เพื่อให้โค่นลงมา เขาขยันมาก วันแรกเขาตัดได้ถึง ๒๐ ต้นต่อวัน แต่ยิ่งตัด นานวันเข้าจำนวนซุงที่เขาตัดได้กลับลงลดเรื่อยๆ จนเหลือ ๑๐ ต้นต่อวัน ทั้งๆที่เขาไม่ได้อู้เลย



วันหนึ่งมีคนเดินผ่านมาเห็นชายตัดไม้กำลังใช้ขวานสับต้นไม้อยู่อย่างแข็งขัน
จากการสังเกตอยู่ราวชั่วโมงหนึ่ง


ชายคนที่เดินผ่านมาจึงเอ่ยปากกับชายตัดไม้ว่า "ทำไมท่านไม่หยุดพักก่อน และ ลับคมขวานเสียให้คมกริบ จะได้ตัดไม้ได้เร็วขึ้น"


คนตัดไม้บอกว่า " ไม่ได้หรอก ถ้าเราหยุด ก็จะทำให้ตัดไม้ได้น้อยลงสิ"


ชายคนที่เดินผ่านทางพูดว่า "ลองหยุดพักสักนิด และมองหาข้อผิดพลาดจากการทำงาน และจะได้ปรับปรุงการทำงานที่ดีขึ้น"


คนตัดไม้ไม่เชื่อ ยังคงตัดไม้ด้วยขวานที่ทื่อย่างมากต่อไป จนในที่สุดจำนวนซุงที่เขาตัดได้น้อยลงๆ จนนายจ้างไล่เขาออก เขาตกงาน และไม่มีงานทำ เข้ากลับบ้านพร้อมขวานที่ทื่อๆ เล่มหนึ่ง'



นิทานเรื่องนี้สอนอะไรเรา
 ๑.การทำงานนอกจากจะรักงาน หรือ มีฉันทะ ,มีความเพียร(วิริยะ) ความตั้งใจเอาใจจดจ่ออยู่กับงาน(จิตตะ) ยังไม่พอ ต้องใช้ สติปัญญาทบทวน ใคร่ครวญหาสาเหตุข้อบกพร่องของงานเพื่อทำให้ดียิ่งขึ้น
 ๒.การทำงานโดยไม่หยุดพัก ทำให้เราพลาดโอกาสในการมองเห็นความสุขของเนื้องาน การมุ่งแต่เป้าหมายไม่สนใจระหว่างทางก็ทำให้เราไม่ซาบซึ้งกับความสุขที่ได้ทำงาน



ต้องใช้วิธีของเณรน้อยเจ้าปัญญา อิกคิวซัง บอกตนเองว่า "จะรีบไปไหน จะรีบไปไหน...พักเดี๋ยวหนึ่งสิครับ" รับรองได้เห็นอะไรดีๆ อีกมาก
 ๓.การเสียเวลาลับคมขวานก็เหมือนกับการศึกษาหาความรู้ โดยเข้าห้องรับการฝึกอบรม จริงอยู่ว่ามันเสียเวลา แต่สิ่งที่ได้จากการศึกษาอบรมอาจจะช่วยทำให้เราทำงานได้ดีขึ้น


จากนิทานเรื่องนี้ ถ้าชายตัดไม้ หยุดและลับคมขวาน เขาก็จะตัดไม้ได้เร็วเท่าเดิม เขาก็มีงานทำ ไม่ต้องโดนไล่ออกจากงาน ความขยันอย่างดียวไม่ได้ช่วยอะไร


1
2

Wish You Happinessss

Success is not the key to happiness. Happiness is the key to success. 
If you love what you are doing, you will be successful. 

~ Albert Schweitzer ~

 คัมภีร์ 5 ห่วง  วิถีแห่ง "ซามูไร" วิถีแห่งนักรบ "บูชิโด"   แนวคิดของตัวเม่น   GOOD LUCK สร้างแรงบันดาลใจเพื่อความสำเร็จ ในชีวิตและธุรกิจด้วยตัวคุณเอง    Why complicate life ?   3 x 8 = เท่าไหร่ ?????   "ฉันชื่อ..โอกาส"

Wish You Happinessss