1
2

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรืองเล่า...นิทาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรืองเล่า...นิทาน แสดงบทความทั้งหมด

"ฉันชื่อ..โอกาส"


MV โอกาสสุดท้าย Tattoo Colour (Covered By Be Elegance)



"ฉันชื่อ..โอกาส"




"ไครอส" Kairos 
(Kairos เทพแห่ง "โอกาส" opportunity, time, chance"ไครอส" เทพแห่ง โอกาส, เวลา, โชควาสนา)

"ไครอส" เทพแห่ง โอกาส, เวลา, โชควาสนา
รูปปั้นต้นแบบเป็นสำริดที่บอกเล่าเรื่องราวทวยเทพ สร้างโดย Lysippos รูปปั้นนี้ยืนตระหง่านอยู่ที่บ้านของเขาที่ Agora of Hellenistic Sikyon 


เคยมีคำจารึกแห่ง Posidippos ของกรีก บนอนุสาวรีย์ของ Kairos โดย Lysippos ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ปัจจุบันรูปปั้นนี้ไม่มีแล้ว แต่แผ่นจารึกที่บรรยายเกี่ยวกับรูปปั้นยังคงเหลืออยู่ คำบรรยายเขียนไว้ในรูปแบบการสนทนาระหว่างรูปปั้นกับคนที่เดินผ่านไปมา..





(Sikyon)

รูปปั้นนี้ผู้ใดปั้นและมาแต่ไหน?
จากซิไคออน (Sikyon)

แล้วชื่อไร?
"ปฏิมากรชื่อไลซิพพอส (Lysippos) "

แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร?
ข้าคือ "เวลา" ผู้ซึ่งกลืนทุกๆ สิ่ง

ทำไมเจ้าจึงยืนเขย่งบนปลายเท้า?
ข้าจำต้องวิ่งตลอดเวลา
"เพื่อบ่งบอกว่าฉันอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยาม"

แล้วทำไมเจ้าจึงมีปีกคู่อยู่ที่เท้าของเจ้า?
ข้าโบยบินไปด้วยปีกนี้ไปในอากาศ
"เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว"

แล้วทำไมเจ้าถือมีดโกนไว้ด้วยมือขวาล่ะ?
นี่เป็นสัญลักษณ์แก่มนุษย์ให้รู้ว่าข้าคมยิ่งกว่าของมีคมใดๆ ทั้งสิ้น

แล้วทำไมเจ้าจึงมีผมปรกหน้าผาก?
เพื่อว่าใครก็ตามที่พบข้าต้องจับข้าไว้ได้แต่จากเบื้องหน้า
"ก็เพื่อให้คนที่พบฉัน จะได้จับฉวยไว้ได้ง่าย"

แล้วทำไม โอ..สวรรค์ ที่ท้ายทอยของเจ้ากลับโล้นล้านไร้ผม?
เพราะเมื่อข้าวิ่งด้วยความเร็วไปด้วยเท้าติดปีก
ใครก็ตามที่อยากจับยึดข้าให้หยุดแล้วฉุดให้ข้าเจ็บ ก็ไม่มีทางจับได้ทางข้างหลัง
"ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า เมื่อฉันผ่านไปแล้ว ก็ยากที่จะจับฉันได้ใหม่"

ทำไมศิลปินจึงปั้นเจ้าเป็นแบบไว้ล่ะ?
ก็เพื่อประโยชน์แก่พวกท่าน อาคันตุกะ เขาตั้งรูปปั้นข้าไว้ที่ลานให้เป็นบทเรียนเตือนสติ

จริงด้วยทางด้านหน้าของ "โอกาส"มีผมยาวแต่ด้านหลังล้านเกลี้ยง เพราะเมื่อปล่อยให้ "โอกาส"ผ่านไปแล้วก็ยากที่จะจับยึดมันกลับมาได้อีก..
"โอกาส" จึงเราเตือนเราทุกคนว่า..

"อย่ามาต่อว่าฉัน ว่าฉันไม่เคยมาเยี่ยมกราย เพราะบ่อยครั้งเหลือเกิน ที่ฉันมาเคาะประตู แต่เธอกลับไม่อยู่บ้าน ทุกวันฉันยืนรออยู่ที่หน้าบ้านเธอ เรียกให้เธอตื่น ให้ขยันขันแข็ง ให้รีบตัดสินใจ ให้ลงมือทำ ให้ออกแรง ให้สู้ เพื่อจะได้มาซึ่งชัยชนะและความสำเร็จ จงอย่าปล่อยให้ฉันผ่านไป เธอจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง ที่ฉัน "โอกาส" ผ่านมา แต่เธอไม่รู้จักจับฉวย"










"Kairos" (opportunity, time, chance).
The original bronze allegoric statue made by Lysippos stood at his home, in the Agora of Hellenistic Sikyon.Epigram of Posidippos, on the statue of Kairos by Lysippos:
Who and whence was the sculptor?
From Sikyon.
And his name?
Lysippos.
And who are you?
Time who subdues all things.
Why do you stand on tip-toe?
I am ever running.
And why you have a pair of wings on your feet?
I fly with the wind.
And why do you hold a razor in your right hand?
As a sign to men that I am sharper than any sharp edge.
And why does your hair hang over your face?
For him who meets me to take me by the forelock.
And why, in Heaven's name, is the back of your head bald?
Because none whom I have once raced by on my winged feet will now,
though he wishes it sore, take hold of me from behind.
Why did the artist fashion you?
For your sake, stranger, and he set me up in the porch as a lesson.



Bas-relief of "Kairos".
This representation of the allegoric statue made by Lysippos, is from pentelic marble.
Museum of Torino, Italy.



This bas-relief of "Kairos" was once at the Palazzo Medici in Florence, but now has been lost.

Fwd.








"ควรรู้" หรือ "ต้องรู้"

That's all i know



"ควรรู้" หรือ "ต้องรู้"



เด็กหนุ่มคนหนึ่ง...เป็นชาวสงขลา...เรียนเก่งมาก...
สอบชิงทุนได้ไปเรียนอเมริกา...ตั้งแต่เด็กๆ...
จนจบด็อกเตอร์...จึงกลับมาเยี่ยมบ้าน...
บ้านของเด็กหนุ่ม...อยู่อีกฟากหนึ่ง...ของทะเลสาบสงขลา...
ต้องนั่งเรือแจว...ข้ามไป..ใช้เวลาแจวประมาณหนึ่งชั่วโมง...

ชายหนุ่ม “เรือที่ติดเครื่องยนต์...ไม่มีเหรอ...ลุง...?” 
ชายชรา “ไม่มีหรอกหลาน...ที่นี่มันบ้านนอก...มันห่างไกลความเจริญ...มีแต่เรือแจว...”
ชายหนุ่ม “โอ...ล้าสมัยมากเลยนะลุง...โบราณมาก...ที่อเมริกา....เขาใช้เครื่องบินกันแล้วลุง... ลุงยังมานั่งแจวเรืออยู่อีก...ไปส่งผมฝั่งโน้น...เอาเท่าไร...ลุง...?
ชายชรา “80 บาท...”
ชายหนุ่ม “OK...ไปเลยลุง....”



ในขณะที่ลุงแจวเรือ...หนุ่มนักเรียนนอก...ก็เล่าเรื่องความทันสมัย...
ความก้าวหน้า...ความศิวิไลช์...ของอเมริกาให้ลุงฟัง... 
“เมืองไทย...เมื่อเทียบกับอเมริกาแล้ว...ล้าสมัยมาก... ไม่รู้คนไทย...อยู่กันได้ยังไง...? ทำไมไม่พัฒนา...ทำไมไม่ทำตามเขา...เลียนแบบเขาให้ทัน...?”
ชายหนุ่มถาม “ลุง...ลุงใช้คอมพิวเตอร์...ใช้อินเตอร์เน็ต...เป็นไหม...?”
ชายชรา “ลุงไม่รู้หรอก...ใช้ไม่เป็น...”

ชายหนุ่ม “โอ้โฮ...ถ้าลุงไม่รู้เรื่องนี้น่ะ....ชีวิตลุงหายไปแล้ว...25 %...แล้วลุงรู้ไหมว่า...เศรษฐกิจของโลก...ตอนนี้เป็นยังไง..?”
ชายชรา “ลุงไม่รู้หรอก...”
ชายหนุ่ม “ถ้าลุงไม่รู้เรื่องนี้นะ...ชีวิตของลุงหายไปอีก 25% เป็น...50 %...แล้วละลุง...แล้วลุงรู้เรื่องนโยบายการค้าโลกไหม...เรื่องดาวเทียม ลุงรู้ไหม...ลุง...?”
ชายชรา “ลุงไม่รู้หรอก...หลานเอ๊ย..ชีวิตของลุง...วันๆหนึ่ง ลุงรู้อยู่อย่างเดียว...ว่าจะทำยังไง...ถึงจะแจวเรือให้ถึงฝั่งโน้น...เท่านั้นแหละ”
ชายหนุ่ม “โอว..ถ้าลุงไม่รู้เรื่องพวกนี้...ชีวิตของลุง...หายไปแล้วไม่ต่ำกว่า...75 % แล้วละ”



พอดีช่วงนั้น...เกิดลมพายุพัดมาอย่างแรง...มีคลื่นลูกใหญ่มาก...ท้องฟ้ามืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว....ชายชรามองรอบข้างอย่างกังวล ก่อนจะเอ่ยถามชายหนุ่มว่า
“นี่พ่อหนุ่ม...พ่อหนุ่มเรียนหนังสือมาเยอะ...จบดอกเตอร์จากต่างประเทศ...ลุงอยากถามอะไรสักหน่อยได้ไหม...?
“ได้ซิลุง...จะถามอะไรหรือลุง...อย่าหาว่าผมขี้คุย ผมว่าผมตอบคำถามที่ลุงสงสัยได้หมด?”
ชายชรา “เอ็งว่ายน้ำเป็นไหม...?”
ชายหนุ่ม “เอ้อๆๆ..คือว่าเรื่องนี้ ผมว่ายน้ำไม่เป็นครับ...ลุง....”
ชายชรา “โอ...ถ้างั้นพ่อหนุ่ม..ชีวิตของเอ็ง...กำลังจะหายไป 100 % ....แล้วล่ะ”



พายุพัดจัดขึ้น   เรือลำน้อยถูกคลื่นและลมพัดโยนขึ้นๆลงๆ
ในไม่ช้าก็ถูกคลื่นและพายุกระหน่ำจนเรือพลิกคว่ำ
ลุงป้อม-คนแจวเรือจ้างว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย    
แต่ทว่าด๊อกเตอร์ผู้น่าสงสาร จมหายไปใต้กระแสน้ำอันไหลเชี่ยวนั้น


บางครั้งคนเรามีความรู้ตั้งมากมาย แต่เมื่อเกิดสถานการณ์คับขันขึ้นมา ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตตัวเองได้ อย่างที่โบราณเขาว่าไว้ "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" ดังนี้แล

ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
มีความรู้มากแต่ไม่รู้จักใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์

ความรู้         มีมากล้น        เรียนมา 
ท่วมหัว        มิอาจพา         ช่วยได้ 
เอาตัว  โดยปัญญา   มิอาจ  ทำแล 
ไม่รอด      เสียทีไซร้     ที่ได้ศึกษา


“ในโลกนี้มีสิ่งให้เราได้เรียนรู้อยู่มากมาย 
แต่เราคงต้องเลือกที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ ก่อนสิ่งที่ควรจะรู้”

…โดยความสามารถของเทคโนโลยีทุกวันนี้ โลกและจักรวาลอยู่แค่เพียงปลายนิ้วบนแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เราสามารถรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกมุมหนึ่งของโลก ในเวลาเดียวกันกับที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น ทำให้เรียนรู้เข้าใจได้ทั้งโลก และจักรวาล 

แต่สิ่งที่น่าแปลก คือ เราเรียนรู้และเข้าใจในตนเองมากน้อยเพียงใด เรารู้จักตนเองดีพอแล้วหรือไม่ ที่จะตอบตนเองได้ว่า “เราจะต้องรู้อะไร?” ไม่ใช่ "ควรจะต้องรู้อะไร?"




ต้นไม้ปัญหา

ที่ตรงนี้ มีฉัน _ เป๊ก บลูสกาย _ Cover by drunkard



ต้นไม้ปัญหา


ช่างไม้ที่ผมจ้างมาซ่อมบ้านต่างจังหวัดเพิ่งเลิกงานในวันแรก
อย่างทุลักทุเล ยางรถแตกทำให้เขาเสียเวลางานไปกว่าชั่วโมง 
เลื่อยไฟฟ้าก็เสีย แล้วนี่รถปิคอัพโกโรโกโสก็สตาร์ทไม่ติดเสียอีก 
ทุกอย่างดูเลวร้ายไปหมด ผมรู้สึกเห็นใจจึงอาสาพาไปส่งถึงที่บ้าน

ช่างไม้นั่งเงียบตลอดทาง เมื่อไปถึงบ้านเขาเชิญผมไปรู้จักกับสมาชิกในครอบครัว ในระหว่างที่เราเดินผ่านประตูรั้ว 




เขาหยุดครู่หนึ่งที่ต้นไม้หน้าบ้าน 
เอามือทั้งสองขึ้นไปสัมผัสกิ่งใหญ่ชั่วครู่หนึ่ง

เมื่อไปถึงประตูบ้าน สีหน้าของเขาแช่มชื่นยิ้มแย้มเป็นคนละคน เขาสวมกอดลูกชายเล็กๆ ทั้งสอง รวมทั้งหอมแก้มภรรยา 

ได้เวลาอันสมควรผมก็ลากลับ ช่างไม้เดินออกมาส่งที่รถ ซึ่งก็จะต้องเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นเดิม ผมจึงอดความสงสัยไว้ไม่ได้ จึงถามช่างไม้ว่า  เขายกมือทั้งสองสัมผัสกิ่งไม้ตอนขาเข้ามาทำไม



"อ้อ..นั่นมัน ต้นไม้ปัญหา ของผมเอง" เขาตอบ

"ปัญหาในการทำงานเกิดขึ้นกับผมเสมอๆ แต่ที่แน่ๆ สิ่งหนึ่งก็คือ ปัญหาต่างๆพวกนี้ไม่ใช่ปัญหาของคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นภรรยาหรือลูกๆ

ดังนั้น ผมก็เลยแขวนปัญหาทั้งหมดที่มีในแต่ละวันไว้ที่ต้นไม้ต้นนี้ก่อนเข้าบ้าน 

แล้วผมก็จะเอาปัญหาที่แขวนไว้ออกไปกับผมใหม่ในตอนเช้า"

ช่างไม้ยิ้ม "คุณรู้ไหมที่แปลกก็คือ ทุกเช้าที่ผมไปเอาปัญหาคืนกลับมานั้น ปัญหาที่ว่าหนักหนาสาหัส ดูเบาขึ้น ไม่ได้หนักหนาเท่าตอนเอามาแขวนเลยสักที "


ประเด็นการเรียนรู้จึงอยู่ที่ว่า ในการทำงานนั้น ทุกคนต้องพบเจอปัญหาต่างๆ มากมาย แต่ไม่ว่าจะพบเจอปัญหาแบบไหน ปัญหาทุกๆ อย่างนั้นเกิดขึ้นได้ แต่ก็แก้ไขได้เสมอเช่นกัน เราจึงควรรู้จักการปล่อยวางปัญหาลงบ้าง ซึ่งก็จะดีทั้งกับตัวเอง และคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้าง...


ที่แห่งนี้


The Trouble Tree
Here is a great little story!

The carpenter I hired to help me restore an old farmhouse had just finished a rough first day on the job. A flat tire made him lose an hour of work, his electric saw quit and now his ancient pickup truck refused to start. While I drove him home, he sat in stony silence. On arriving, he invited me in to meet his family. As we walked toward the front door, he paused briefly at a small tree, touching the tips of the branches with both hands.

When opening the door he underwent an amazing transformation. His tanned face was wreathed in smiles and he hugged his two small children and gave his wife a kiss. Afterward he walked me to the car. We passed the tree and my curiosity get the better of me. I asked him about what I had seen him do earlier.

“Oh, that’s my trouble tree”, he replied. “I know I can’t help having troubles on the job, but one thing for sure, troubles don’t belong in the house with my wife and the children. So I just hang them up on the tree every night when I come home. Then in the morning I pick them up again.”

“Funny thing is,” he smiled, “when I come out in the morning to pick them up, there aren't nearly as many as I remember hanging up the night before”.

Author Unknown


Everything is okay

Untouchable - It's Okay (괜찮아) English Version




Everything is okay


พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา หรือปางแสดง ธรรมจักร
(เราคิดว่าเป็นปางนี้ เพราะแม่บอกว่าเป็นปางที่ท่านทำมือจีบๆ)




หลวงพ่อท่านเล่า ว่า..
มีเด็กฝรั่งคนนึงมาที่วัดกับแม่เค้า ตอนเดินผ่านพระพุทธรูปองค์นี้..


เค้าก็สะกิดๆแม่เค้าแล้วก็บอกว่า..

"Look mom, Buddha says everything is okay.."


เราฟังแล้วขำกลิ้ง เลย.. เด็กอะไร เข้าใจคิดจริงๆ

หลวงพ่อบอกว่า เออ หลวงพ่อก็เห็นพระพุทธรูปองค์นี้มาตั้งนาน แล้ว
เดินผ่านอยู่ทุกวัน ไม่ เห็นเคยมองมุมนั้นมาก่อนเลย
ท่านบอกว่า หลังจากนั้น เดินผ่านพระพุทธรูปองค์นี้ทีไร
ก็จะนึกขึ้นมาทุกทีว่า พระพุทธรูปท่านว่า Everything is okay ^^'

* Everything is okay : อะไรที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ
เป็นปริศนาธรรมอย่างหนึ่ง ทุกอย่างกำลังไปด้วยดี ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีอะไรแย่เกินแก้ไข หรือแปลว่าทุกอย่างจะดีขึ้นได้

Fwd.





ชีวิต ความหวัง กำลังใจ….



ใจนำทาง : ปาน ธนพร [Official MV]



ชีวิต ความหวัง กำลังใจ….
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…. มีนักพูดที่มีชื่อเสียงอยู่ท่านหนึ่งได้เปิดการสัมมนาโดยมีผู้เข้าฟังการสัมมนา ประมาณ 200 คน ในการสัมมนานั้น



นักพูดได้ชู แบงค์ 100 ดอลล่าร์ ขึ้น แล้วพูดออกมาว่า มีใครอยากได้แบงค์ใบนี้บ้าง ปรากฎว่ามีคนยกมือขึ้นจำนวนมาก




นักพูดได้ ขยำเงินจนยับยู่ยี่ จากนั้นก็ชูเงินขึ้นอีกครั้ง แล้วพูดออกมาว่า มีใครอยากได้แบงค์ใบนี้บ้าง ปรากฎว่ามีคนยกมือขึ้นอีกจำนวนมาก

จากนั้นนักพูดได้ ทิ้งแบงค์พันใบนั้นลงที่พื้นแล้วย่ำมันด้วยรองเท้าจนแบงค์ยับและสกปรก นักพูดหยิบแบงค์พันขึ้นมาแล้วชูเงินขึ้นอีกครั้ง แล้วพูดออกมาว่า ตอนนี้แบงค์ทั้งยับและสกปรก มีใครอยากได้แบงค์ใบนี้อีกบ้าง ปรากฎว่า ก็ยังมีคนยกมือขึ้นอีกจำนวนมาก

เหตุการณ์นี้เราได้บทเรียนดีๆ บทหนึ่ง ไม่ว่านักพูดจะทำอะไรกับเงิน คนก็ยังคงต้องการมันอยู่ดี เพราะว่าคุณค่าของมันไม่ได้ลดลงเลย มันยังคงเป็นแบงค์พันที่ใช้ซื้อของได้อยู่นั้นเอง



เรื่องนี้ก็เหมือนกับชีวิตคนเรานั่นแหละ บางครั้งก็ถูกทอดทิ้ง ถูกเหยียบย่ำ และถูกทำให้สกปรก ซึ่งอาจเป็นผลจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวๆ ที่กระทบกับชีวิตเรา หรือการที่เราตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจผิดพลั้ง ทำให้ต้องสูญเสีย ท้อแท้ และหมดกำลังใจ ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตไร้ค่า ไม่มีความหมาย ความจริงแล้วนั้นชีวิตทุกชีวิตล้วนมีคุณค่าทั้งนั้น เหมือนกับแบงค์ใบนั้นนั่นแหละ แม้จะสกปรก จะยับยู่ยี่ มันก็ยังคงมีค่าในตัวมันเอง

เพียงแต่แบงค์บางใบอาจเลอะเทอะ สกปรก ตกอยู่บนถนน คนเดินผ่านมาไม่ทันสังเกตุ ก็เดินผ่านไป ไม่ได้เก็บ นั่นไม่ได้หมายความว่า แบงค์ที่เลอะเทอะไม่มีค่า เชื่อสิสักวันต้องมีคนเดินมาเห็นแบงค์แล้วเก็บไปในที่สุด เพราะแบงค์มีค่าในตัวเสมอ




เราเชื่อว่าการมีชีวิตอยู่ คือการมีทรัพย์ที่ประเสริฐที่สุด "ชีวิต" เป็นทรัพย์ที่มีค่าเหนือทุกสิ่งในโลก เพราะการมีชีวิตอยู่นั้น หมายถึงการได้มีโอกาสที่จะรับรู้ โอกาสที่จะสัมผัสและกระทำการต่างๆ น่าแปลก ที่คนเรามักไม่ได้คำนึงถึงว่า การได้มีโอกาสมีชีวิตเป็นสิ่งมีค่าขนาดไหน กว่าจะเข้าใจก็ตอนใกล้จะสูญเสียมันไปแล้ว เราได้ใช้โอกาสของเราคุ้มค่ากับที่ได้ครอบครองมันหรือยัง คนเราเข้าใจถึงคุณค่าของการมีชีวิตแตกต่างกันไป ทำให้ใช้ชีวิตให้เกิดความคุ้มค่าไม่เท่ากัน

ถ้าเปรียบชีวิตเหมือนแบงค์พัน 1 ใบ เราน่าใช้แบงค์พันของเราซื้อของที่จำเป็นมากกว่าจะใช้แทนกระดาษเป็นเชื้อจุดเตาฟืนมิใช่หรือ เราเชื่อว่า การได้คิด ได้ฝัน ได้ลอง ได้กระทำเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายนั้น ทำให้การมีชีวิตมีความคุ้มค่า และการได้ใช้ชีวิตทำเพื่อผู้อื่นและคนที่ตนรักเป็นการทำให้ชีวิตมีคุณค่า



ทุกชีวิตล้วนมีปฏิสัมพันกับทุนอยู่ 3 ชนิด กล่าวคือ ทุนชีวิต ทุนความรู้ ทุนทรัพย์

ทุนชีวิต คือการได้มีชีวิต มีร่างกายและมีลมหายใจ เป็นทุนที่สำคัญที่สุดในบรรดาทุนทั้งสาม เพราะหากปราศจากทุนชีวิตแล้ว ทุนทรัพย์ และทุนความรู้ย่อมไม่เกิดขึ้น

ทุนความรู้ คือประสบการณ์ที่ได้สะสมมานับจากเกิด ทำให้เราสามารถคิดและแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิผล

ทุนทรัพย์ เป็นสิ่งที่ผู้คนมักมุ่งหวังและปรารถนา บางคนอาจเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะดี อันนี้เกิดจากผลบุญแต่ปางก่อนที่ได้สะสมมา บางคนเกิดในครอบครัวยากจนไม่มีหรือมีทุนทรัพย์น้อย ก็ไม่ควรไปน้อยอกน้อยใจในวาสนา เพราะว่าทุนทรัพย์นั้นสามารถเพิ่มพูนได้ เพียงแต่ต้องรู้ถึงคุณค่าของการมีชีวิต(ทุนชีวิต) ได้ใช้ทุนชีวิตอย่างคุ้มค่า รู้สะสมทุนความรู้ ฉลาดใช้ทุนชีวิตและทุนความรู้เพิ่มพูนทุนทรัพย์ ด้วยทุนชีวิตและทุนความรู้เป็นบ่อเกิดแห่งทุนทรัพย์นั่นเอง

หากใครทำการใดพลาดพลั้ง ผิดพลาด พึงใคร่ครวญถึงเหตุและผลของความผิดพลาดนั้น ทั้งนี้การที่ได้รู้ได้เข้าใจ ถึงมูลเหตุของความผิดพลาดตลอดจนแนวทางแก้ปัญหานั้น จะนำไปสู่การเพิ่มพูนทุนความรู้ในที่สุด ทั้งนี้ทุนความรู้ดังกล่าวจะทำให้เรามีความระมัดระวัง และรอบคอบมากขึ้น ในวันหน้าหากเกิดปัญหาในลักษณะเดิมอีก เราก็จะแก้ปัญหาได้ดีขึ้น

การทำการค้าขาดทุนตลอดจนการสูญเสียทรัพย์สินเงินทองไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตจนไม่มีทางแก้ไข เพราะหากเรายังมีชีวิต รู้สะสมทุนความรู้ที่มากขึ้นจากความผิดพลาด ย่อมสามารถเพิ่มพูนทุนทรัพย์ขึ้นได้ใหม่



จงอย่านำความผิดหวังของเมื่อวาน มาบดบังความฝันในวันพรุ่งนี้
สิ่งที่เสียไป แม้บางทีทำให้เราสิ้นหวัง หมดกำลังใจ รู้สึกว่าชีวิตไม่มีค่า ท้อแท้ ท้อถอย ขอให้มีสติมองเห็นความเป็นจริงที่ว่า ทุกสิ่งที่ได้เสียไปมันก็ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต เรามิได้เกิดมาเพียงเพื่อสิ่งที่เสียไปเหล่านั้นเท่านั้น การมีชีวิตของเรามีค่ามากกว่าสิ่งที่ได้เสียไปเหล่านั้นมากมายนัก

ในเมื่อปัจจุบันเป็นผลของอดีตเป็นเหตุของอนาคต
กล่าวคือ อนาคตสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับตัวเราในปัจจุบัน เราจึงพึงมีสติ รู้จักให้ความสำคัญกับการทำปัจจุบันของเราให้มาก

เพราะว่าอดีตเปลี่ยนแปลงมิได้ แต่อนาคตเปลี่ยนแปลงได้
ขอเพียงยังมีลมหายใจ(ทุนชีวิต) ไม่ทิ้งความฝัน ความหวังและความปรารถนาที่จะลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อที่จะอยู่อย่างมีคุณค่า มีชีวิตอยู่อย่างคุ้มค่า ด้วยความเพียรพยายามอุตสาหะ ความศรัทธาในตัวเอง ศรัทธาในสิ่งที่ทำ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค มีสติ

ให้ใจเป็นนาย ให้กายเป็นบ่าว เป็น ผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ คือชนะตัวเอง ชนะอารมณ์ตัวเอง
ใช้ปัญญาบนพื้นฐานของทุนความรู้ที่มี ดำเนินการด้วยความไม่ประมาท ในวันหนึ่งข้างหน้าจะต้องบรรลุเป้าหมาย ได้พบคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ มีความสุขใจและความอิ่มเอิบใจที่วันนี้เราได้ใช้โอกาสของการมีชีวิตพิสูจน์ว่า เราได้เกิดมาอย่างมีความหมาย ได้ก่อคุณค่าคุ้มค่ากับการได้เกิด เป็นที่ประจักษ์และยอมรับทั้งแก่ใจของเราเองและบุคคลอื่น


ในวันนั้น เราจะมีความภาคภูมิใจ และเป็นสุขอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้สร้างคุณค่าต่างๆ ให้บังเกิด แม้ในวันหนึ่งชีวิตของเราต้องดับลง ความดีงาม ที่เราได้กระทำเมื่อครั้งมีโอกาสย่อมปรากฏแก่ผู้คนรุ่นหลัง เป็นที่จดจำและกล่าวถึง เมื่อแรกเกิดเราอาจร้องไห้คนเดียวแต่เมื่อเราจากไปผู้คนมากมายจะร้องไห้ให้เรา
Fwd.


What is your value?

A well known speaker started off his seminar by holding up a $20 bill. In the room of 200, he asked. “Who would like this $20 bill?”

Hands started going up. He said, “I am going to give this $20 to one of you – but first, let me do this.”

He proceeded to crumple the 20 dollar note up. He then asked. “Who still wants it?” Still the hands were up in the air.

“Well,” he replied, “what if I do this?” He dropped it on the ground and started to grind it into the floor with his shoe. He picked it up, now crumpled and dirty. “Now, who still wants it?”  

Still the hands went into the air.

“My friends, you have all learned a very valuable lesson. No matter what I did to the money, you still wanted it because it did not decrease in value. It was still worth $20.

Many times in our lives, we are dropped, crumpled, and ground into the dirt by the decisions we make and the circumstances that come our way. We feel as though we are worthless; but no matter what happened or what will happen, you will never lose your value.

Dirty or clean, crumpled or finely creased, you are still priceless to those who love you. The worth of our lives comes, not in what we do or who we know, but by …WHO WE ARE.

You are special – don’t ever forget it

[Story credit : Author Unknown.]





1
2

Wish You Happinessss

Success is not the key to happiness. Happiness is the key to success. 
If you love what you are doing, you will be successful. 

~ Albert Schweitzer ~

 คัมภีร์ 5 ห่วง  วิถีแห่ง "ซามูไร" วิถีแห่งนักรบ "บูชิโด"   แนวคิดของตัวเม่น   GOOD LUCK สร้างแรงบันดาลใจเพื่อความสำเร็จ ในชีวิตและธุรกิจด้วยตัวคุณเอง    Why complicate life ?   3 x 8 = เท่าไหร่ ?????   "ฉันชื่อ..โอกาส"

Wish You Happinessss