1
2

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน แสดงบทความทั้งหมด

ต้นไม้ปัญหา

ที่ตรงนี้ มีฉัน _ เป๊ก บลูสกาย _ Cover by drunkard



ต้นไม้ปัญหา


ช่างไม้ที่ผมจ้างมาซ่อมบ้านต่างจังหวัดเพิ่งเลิกงานในวันแรก
อย่างทุลักทุเล ยางรถแตกทำให้เขาเสียเวลางานไปกว่าชั่วโมง 
เลื่อยไฟฟ้าก็เสีย แล้วนี่รถปิคอัพโกโรโกโสก็สตาร์ทไม่ติดเสียอีก 
ทุกอย่างดูเลวร้ายไปหมด ผมรู้สึกเห็นใจจึงอาสาพาไปส่งถึงที่บ้าน

ช่างไม้นั่งเงียบตลอดทาง เมื่อไปถึงบ้านเขาเชิญผมไปรู้จักกับสมาชิกในครอบครัว ในระหว่างที่เราเดินผ่านประตูรั้ว 




เขาหยุดครู่หนึ่งที่ต้นไม้หน้าบ้าน 
เอามือทั้งสองขึ้นไปสัมผัสกิ่งใหญ่ชั่วครู่หนึ่ง

เมื่อไปถึงประตูบ้าน สีหน้าของเขาแช่มชื่นยิ้มแย้มเป็นคนละคน เขาสวมกอดลูกชายเล็กๆ ทั้งสอง รวมทั้งหอมแก้มภรรยา 

ได้เวลาอันสมควรผมก็ลากลับ ช่างไม้เดินออกมาส่งที่รถ ซึ่งก็จะต้องเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นเดิม ผมจึงอดความสงสัยไว้ไม่ได้ จึงถามช่างไม้ว่า  เขายกมือทั้งสองสัมผัสกิ่งไม้ตอนขาเข้ามาทำไม



"อ้อ..นั่นมัน ต้นไม้ปัญหา ของผมเอง" เขาตอบ

"ปัญหาในการทำงานเกิดขึ้นกับผมเสมอๆ แต่ที่แน่ๆ สิ่งหนึ่งก็คือ ปัญหาต่างๆพวกนี้ไม่ใช่ปัญหาของคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นภรรยาหรือลูกๆ

ดังนั้น ผมก็เลยแขวนปัญหาทั้งหมดที่มีในแต่ละวันไว้ที่ต้นไม้ต้นนี้ก่อนเข้าบ้าน 

แล้วผมก็จะเอาปัญหาที่แขวนไว้ออกไปกับผมใหม่ในตอนเช้า"

ช่างไม้ยิ้ม "คุณรู้ไหมที่แปลกก็คือ ทุกเช้าที่ผมไปเอาปัญหาคืนกลับมานั้น ปัญหาที่ว่าหนักหนาสาหัส ดูเบาขึ้น ไม่ได้หนักหนาเท่าตอนเอามาแขวนเลยสักที "


ประเด็นการเรียนรู้จึงอยู่ที่ว่า ในการทำงานนั้น ทุกคนต้องพบเจอปัญหาต่างๆ มากมาย แต่ไม่ว่าจะพบเจอปัญหาแบบไหน ปัญหาทุกๆ อย่างนั้นเกิดขึ้นได้ แต่ก็แก้ไขได้เสมอเช่นกัน เราจึงควรรู้จักการปล่อยวางปัญหาลงบ้าง ซึ่งก็จะดีทั้งกับตัวเอง และคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้าง...


ที่แห่งนี้


The Trouble Tree
Here is a great little story!

The carpenter I hired to help me restore an old farmhouse had just finished a rough first day on the job. A flat tire made him lose an hour of work, his electric saw quit and now his ancient pickup truck refused to start. While I drove him home, he sat in stony silence. On arriving, he invited me in to meet his family. As we walked toward the front door, he paused briefly at a small tree, touching the tips of the branches with both hands.

When opening the door he underwent an amazing transformation. His tanned face was wreathed in smiles and he hugged his two small children and gave his wife a kiss. Afterward he walked me to the car. We passed the tree and my curiosity get the better of me. I asked him about what I had seen him do earlier.

“Oh, that’s my trouble tree”, he replied. “I know I can’t help having troubles on the job, but one thing for sure, troubles don’t belong in the house with my wife and the children. So I just hang them up on the tree every night when I come home. Then in the morning I pick them up again.”

“Funny thing is,” he smiled, “when I come out in the morning to pick them up, there aren't nearly as many as I remember hanging up the night before”.

Author Unknown


Everything is okay

Untouchable - It's Okay (괜찮아) English Version




Everything is okay


พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา หรือปางแสดง ธรรมจักร
(เราคิดว่าเป็นปางนี้ เพราะแม่บอกว่าเป็นปางที่ท่านทำมือจีบๆ)




หลวงพ่อท่านเล่า ว่า..
มีเด็กฝรั่งคนนึงมาที่วัดกับแม่เค้า ตอนเดินผ่านพระพุทธรูปองค์นี้..


เค้าก็สะกิดๆแม่เค้าแล้วก็บอกว่า..

"Look mom, Buddha says everything is okay.."


เราฟังแล้วขำกลิ้ง เลย.. เด็กอะไร เข้าใจคิดจริงๆ

หลวงพ่อบอกว่า เออ หลวงพ่อก็เห็นพระพุทธรูปองค์นี้มาตั้งนาน แล้ว
เดินผ่านอยู่ทุกวัน ไม่ เห็นเคยมองมุมนั้นมาก่อนเลย
ท่านบอกว่า หลังจากนั้น เดินผ่านพระพุทธรูปองค์นี้ทีไร
ก็จะนึกขึ้นมาทุกทีว่า พระพุทธรูปท่านว่า Everything is okay ^^'

* Everything is okay : อะไรที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ
เป็นปริศนาธรรมอย่างหนึ่ง ทุกอย่างกำลังไปด้วยดี ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีอะไรแย่เกินแก้ไข หรือแปลว่าทุกอย่างจะดีขึ้นได้

Fwd.





สิ่งธรรมดาคือสิ่งพิเศษ...

.



 
สิ่งธรรมดาคือสิ่งพิเศษ... 
ท่าน ติช นัท ฮันท์ พูดเรื่องนี้ไว้ดีมากในหนังสือ "ขอบคุณสรรพสิ่ง" 
"ปาฏิหารย์ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือบินอยู่บนอากาศ
แต่ปาฏิหารย์คือการเดินอยู่บนผืนดิน และมีความสุขในทุกย่างก้าว" 
ชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่อง "ธรรมดา" เช่น ตื่นมาอาบน้ำ แปรงฟัน ขับรถไปทำงาน

กินอาหารเที่ยงกับเพื่อนในที่เดิมๆ ตอนเย็นกลับมาก็เห็นหน้าภรรยาหรือสามีคนเดิมๆ ใส่ชุดธรรมดาๆ...หน้าตาเราหรือก็ธรรมดาๆ... 
เราส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนธรรมดาๆ มีชีวิตธรรมดาๆ กันทั้งนั้น
แต่ถ้าความ "ธรรมดา" นี้หมดไปล่ะ

เช่น อยู่ดีๆ ลูกเราเกิดเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือสามีเราถูกรถชนตาย หรือเราถูกไล่ออกจากงานที่เราเบื่อแสนเบื่อ...  
เรื่องก็จะ "ไม่ธรรมดา" ไปในทันที  
และในเวลานั้นเอง เราจะหวนมาคิดเสียดายความ "ธรรมดา" จนใจแทบจะขาด...ให้เรารีบชื่นชมกับความ "ธรรมดา" ที่เรามี และใช้ชีวิตประหนึ่งว่า
สิ่งนั้นคือสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาล

เพราะสิ่งธรรมดาๆ แท้จริงแล้วคือ สิ่งที่พิเศษที่สุดแล้ว....

หนังสือ "ขอบคุณสรรพสิ่ง" 




พลังคำพูดด้านบวก



ต้องดีกว่าเก่า



พลังคำพูดด้านบวก

คุณทราบหรือไม่ว่า จิตสำนึก และจิตใต้สำนึก เป็นตัวควบคุมการกระทำของ คนเราทั้งหมด และสิ่งควบคุมจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกอีกทีนั้น ก็คือ คำพูด นั่นเอง !!!

นักปราชญ์ตะวันออก มักจะสอนให้คนเราระมัดระวังในการใช้คำพูดให้ดี ทั้งแก่ตนเอง และผู้อื่น
คำพูดด้านลบ ถ้าได้ยินได้ฟังอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดจากตัวเราเอง หรือผู้ใกล้ชิด หรือผู้อื่น จะถูกจิตใต้สำนึกบันทึกสะสมไว้ตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลให้จิตใจ ห่อเหี่ยว เศร้าหมอง ใจเสีย ใจหาย เจ็บใจคับแค้น เป็นต้น

ตัวอย่างคำพูดจากตนเอง
ผมทำไม่ได้ ผมทำไม่เป็น ผมไม่เคยทำ ผมเป็นคนโชคร้าย ผมแก่เกินไป ผมไม่มีความสามารถ ผมเป็นคนจน ผมไม่แข็งแรง ผมคิดไม่เป็น ผมไม่มีเงิน ผมเรียนน้อย

ตัวอย่างคำพูดจากผู้ใกล้ชิดและผู้อื่น
โง่งี่เง่า คนไม่เอาไหน  คนซื่อบื้อ คนขี้โรค คนสารเลว เซ็ง น่าเบื่อ คนปัญญาทึบ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง คนประสาท คนไม่มีความจำ คนปัญญาอ่อน

เมื่อจิตใต้สำนึกได้บันทึกคำพูดเหล่านี้ไว้ ไม่เร็วก็ช้า สักวันหนึ่ง ก็จะสะท้อน หรือระบายออกมา และเมื่อนั้น ก็จะก่อให้เกิดความผิดปกติขึ้นแก่ร่างกาย และจิตใจของคนนั้น ส่งผลเสียตั้งแต่น้อยจนถึงมาก เป็นต้นว่า เป็นคน อ่อนแอ ไม่มีเรี่ยวแรง ท้อแท้ สิ้นหวัง เครียด จนถึงเจ็บป่วย เป็นต้น

ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะเปลี่ยนคำพูดด้านลบ มาเป็นด้านบวกกัน



ตัวอย่างการเปลี่ยนคำพูดจากด้านลบมาเป็นด้านบวก
ผมทำไม่ได้ เปลี่ยนเป็น ผมต้องทำให้ได้
ผมไม่เคยทำ เปลี่ยนเป็น ผมจะลองทำเดี๋ยวนี้
ผมรู้แต่ภาษาอังกฤษ เปลี่ยนเป็น ผมจะเรียนรู้ภาษาต่างประเทศให้ได้หลาย ๆ ภาษา
ผมเคยทำอย่างนี้ เปลี่ยนเป็น ผมจะคิดใหม่ทำใหม่ทั้งหมด

คำพูดดี ๆ ที่ควรจะพูดให้แก่ตัวเอง วันละ 2 เวลา โดยเฉพาะเวลาเช้า และก่อนนอน 

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คลื่นสมองต่ำ (ควรพูดเสียงดังพอสมควร แต่ให้หนักแน่น) และแต่ละเวลา ควรพูดย้ำสัก 3 ครั้ง  ปฏิบัติเช่นนี้ต่อเนื่องกัน 1 เดือนขึ้นไป ก็จะเริ่มเห็นผลดีชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เป็นคนมีความมั่นใจในตนเองสูงขึ้น เรียนหนังสือดีขึ้น ความรู้สึกดี ๆ กับคนรอบข้าง และจะประสบความสำเร็จตามที่พูดไว้กับตัวเอง แต่สิ่งสำคัญก็คือ

“ความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ” 

หรือที่เรียกว่า Self-Esteem ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนชรา ก็ตาม



ตัวอย่างคำพูดด้านบวกพูดกับตัวเอง
ผมจะเป็นคนดีและคนเก่ง
ผมจะเป็นคนเรียนเก่ง
ผมจะเป็นคนอารมณ์ดี
ผมจะเป็นคนใจเย็น
ผมจะเป็นคนกตัญญู
ผมจะเป็นคนเชื่อมั่นในตนเอง
ผมจะเป็นคนอดทนต่ออุปสรรคทั้งปวง
ผมจะเป็นคนสันโดษ ใช้ชีวิตแบบพอเพียง
ผมจะเป็นคนขยันขันแข็ง
ผมจะเป็นคนมีจิตใจที่มั่นคง
ผมจะเป็นคนกล้าคิดกล้าทำ
ผมจะเป็นคนซื่อสัตย์

ควรจะเลือกเน้น เพียง 1 ข้อเท่านั้น และทำให้สำเร็จก่อน จึงจะเลือกอันอื่นต่อไป

นอกจากจะพูดกับตนเองทุกวันแล้ว จะต้องวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน แล้วลงมือทำทันที

●● ปฏิบัติทันที ดีที่สุด ●●
แล้วคุณจะพบว่า คุณดีขึ้นเรื่อย ๆ และประสบความสำเร็จตามที่มุ่งมั่นไว้ในที่สุด
เร็วขึ้นกว่าที่ลงมือปฏิบัติไปลำพังอย่างเดียว

อีกประการหนึ่ง

คุณล่ะ ! ... ต่อไปนี้ คุณจะเริ่มเปลี่ยนคำพูดจากด้านลบมาเป็นด้านบวก
แล้วหรือยัง ?  ไม่เฉพาะกับตัวคุณเอง เท่านั้น ผู้ใกล้ชิด และผู้อื่น ด้วย


เรียบเรียงจาก  หนังสือ “พลังแห่งความเชื่อมั่น” 
โดย เกียรติวรรณอมาตยกุล, 2540 - ขอขอบคุณ




เรื่องเล่าของแมลงวัน



เปิด - เบน ชลาทิศ Cover by มีน & โจ้


เรื่องเล่าของแมลงวัน

มีแมลงวันตัวหนึ่ง ต้องการออกจากร้านกาแฟ มันเห็นแสงสว่างจากหน้าต่างบานหนึ่ง มันก็บินออกไปทางด้านนั้น



ปุ๊ป!!! อ่าว ออกไม่ได้ เป็นกระจก

ปุ๊ป!!! เจ้าแมลงวันลองอีกครั้ง ก็ยังชนกระจกอีก

ปุ๊ป ปุ๊ป ปุ๊ป!!! เจ้าแมลงวันไม่ยอมแพ้ มันอยากที่จะออกไปให้ได้ ยังชนเป็นครั้งที่ 3, 4, 5, 6,... ด้วยความที่มันอยากออกไปมากๆ มันยิ่งพยายามหนักขึ้น ชนถี่ขึ้นและแรงขึ้นอีก



หารู้ไม่ว่า... ถัดจากหน้าต่างบานนั้นไปอีกแค่ไม่ถึงเมตร มีหน้าต่างอีกบานนึงที่เปิดอยู่ รอต้อนรับมันออกสู่โลกภายนอกตามที่มันฝันไว้ เพียงแค่มันถอยออกมามองสักหน่อย...

ไม่รู้ด้วยเหตุใด มันถึงเชื่อว่าแสงสว่างจากหน้าต่างบานนั้นคือทางเดียวที่มันจะออกไปได้



เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ความพยายามที่หนักขึ้น ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป

คนชนะ ยืนหยัดในเป้าหมาย แต่ยืดหยุ่นในวิธีการ


คนแพ้มักยืนหยัดในวิธีการ แล้วยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงเป้าหมาย


ถ้าเรากำลังเจออะไรแบบนี้ แบบที่พยายามยังไงก็ไม่บรรลุเป้าหมายสักที


ลองถามตัวเองดูว่า... เรากำลังเป็นแบบเจ้าแมลงวันตัวนั้นอยู่รึเปล่า




" ก่อนจะเข็นครกขึ้นภูเขา ดูให้ดีก่อน มันอาจจะมีลิฟท์อยู่ข้างๆ ก็ได้นะจ้า "

Credit: สัมมนา The Winner's Mind ของคุณบัณฑิต อึ้งรังสีษี

:: Business link เชื่อมช่อง ::



“When one door of happiness closes, another opens; 
but often we look so long at the closed door 
that we do not see the one which has been opened for us.”

:: Helen Keller ::





สิ่งที่ดีที่สุด

[MV]สิ่งที่ดีที่สุด - Nink Kamikaze (นิ้ง)


สิ่งที่ดีที่สุด
 เวลาที่เราจะ ทำ อะไร
ก็จงพยายาม ทำสิ่งนั้น อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ พูด อะไร
ก็จงพยายาม พูดสิ่งนั้น อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ คิด อะไร
ก็จงพยายาม คิดสิ่งนั้น อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ ชอบ อะไร
ก็จงพยายาม ชอบสิ่งนั้น อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ เขียน อะไร
ก็จงพยายาม เขียนเรื่องนั้น อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ ค้นหา อะไร
ก็จงพยายาม ค้นหาสิ่งนั้น อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ มอง อะไร
ก็จงพยายาม มองสิ่งนั้น อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ ฟัง อะไร
ก็จงพยายาม ฟังสิ่งนั้น อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ ถาม สิ่งใด
ก็จงพยายาม ถามคำถามนั้น อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ อยู่ กับใคร
ก็จงพยายาม อยู่ อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ ปฏิบัติสิ่งใด กับใคร ๆ
ก็จงพยายาม ปฏิบัติต่อตนเอง อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ ขอ อะไร
ก็จงพยายาม ขอให้น้อยที่สุด อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราจะ ให้ อะไรกับใคร
ก็จงพยายาม ให้แต่สิ่งที่ดีที่สุด อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เรา เจอความทุกข์ อะไร
ก็จงพยายามทำใจ ปล่อยวาง อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เรา เจอความสุข อะไร
ก็จงพยายาม ปรับใจเตรียมพร้อมที่รับสิ่งที่จะเกิดขึ้น อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เรา เจอปัญหา อะไร
ก็จงพยายาม ใช้สติปัญญา อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เราเกิด ความเสียใจ อะไร
ก็จงพยายาม เข้าใจตนเอง อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

 เวลาที่เรา ไม่สบายใจ อะไร
ก็จงพยายาม สงบใจ อย่าง มีสติ..ให้ดีที่สุด

บทความ..โดย..ชายน้อย




1
2

Wish You Happinessss

Success is not the key to happiness. Happiness is the key to success. 
If you love what you are doing, you will be successful. 

~ Albert Schweitzer ~

 คัมภีร์ 5 ห่วง  วิถีแห่ง "ซามูไร" วิถีแห่งนักรบ "บูชิโด"   แนวคิดของตัวเม่น   GOOD LUCK สร้างแรงบันดาลใจเพื่อความสำเร็จ ในชีวิตและธุรกิจด้วยตัวคุณเอง    Why complicate life ?   3 x 8 = เท่าไหร่ ?????   "ฉันชื่อ..โอกาส"

Wish You Happinessss