1
2

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วินทร์ เลียววาริณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วินทร์ เลียววาริณ แสดงบทความทั้งหมด

ตับหมู





ตับหมู 



ตับหมู 
มันเป็นอาหารที่ผมเกลียดที่สุดในโลก - ตับหมูลวก กลิ่นของมันชวนคลื่นเหียน รสชาติของมันสุดทนทาน กัดคำหนึ่งแล้วอยากอาเจียนออกมา แต่เพราะแม่สั่ง ผมจึงต้องกิน

วัยเด็กที่ป่วยบ่อยๆ ทำให้แม่ต้องสรรหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนามาให้กิน ตับหมูเป็นลำดับต้นๆ ของเมนูเพื่อสุขภาพ และเป็นลำดับที่หนึ่งของอาหารที่ผมเกลียดที่สุด

วิธีกินคือกลั้นลมหายใจแล้วกลืนมันลงไปทั้งชิ้น ไม่ต้องสนใจว่าจะติดคอตายหรือไม่ กินอะไรไม่กิน มากินตับหมู!



ไม่ชอบตับลวกหรือจ๊ะ? ไม่เป็นไรจ้ะ! แม่เปลี่ยนวิธีการปรุงใหม่มาเป็นการย่าง วางตับบนตะแกรงเหนือเตาถ่านคุแดง ย่างจนตับสุกกรอบ หน้าตาชวนกินทีเดียว แต่ไม่มีทางหรอก! ผมไม่มีวันแตะต้องตับอีกแล้ว ทุกครั้งที่เห็นเครื่องในชนิดนี้ในอาหาร ผมเกิดอาการคลื่นเหียน หากไม่ถูกบังคับ ก็ไม่มีวันกิน ถ้าเลี่ยงไม่พ้น ก็กลืนลงไปทั้งชิ้น

ในที่สุดตับหมูลวกกับตับหมูย่างก็หายไปจากโต๊ะอาหาร ซุปมันฝรั่งมาแทนที่ ค่อยยังชั่ว! ซุปชนิดนี้ทำโดยต้มมันฝรั่งบดกับหอมหัวใหญ่ เคี่ยวจนน้ำซุปข้นเหนียว ฉีกเนื้อไก่เป็นริ้วเล็กๆ ลงไปคลุก ส่งกลิ่นหอมไปไกล 



ผมซดซุปมันฝรั่งอย่างเอร็ดอร่อย กินไปได้หลายคำ ได้ยินแม่เปรยว่า ทำตับวิธีนี้ก็ดีนะ ไม่มีกลิ่นเลย! อ้าว! นี่แม่แอบใส่ตับบดผสมลงไปในซุปด้วยหรือ? เท่านั้นเองผมก็วางช้อน ซุปเลิศรสกลายเป็นซุปไม่ได้เรื่องทันที อคติล้วนๆ!

เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ผมยังทำตัวเป็นเด็ก ทุกครั้งที่พบตับในอาหาร จะเขี่ยมันทิ้งราวกับเป็นยาพิษร้ายแรง



อาหารฝรั่งมีเมนูตับเลิศรสมากมาย เมนูที่ขึ้นชื่อของฝรั่งเศสจานหนึ่งชื่อ Foie gras ทำมาจากตับเป็ดหรือห่าน มีกรรมวิธียุ่งยากซับซ้อน และต้องใช้ฝีมือพ่อครัวเอก ก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของผม ผมเชื่อว่ามันคงจะอร่อยจริง แต่ไม่มีทางที่ผมจะแตะมันหรอก

ว่าก็ว่าเถอะ หากผมได้กินซุปมันฝรั่งบดชามนั้นเป็นครั้งแรก บางทีตอนนี้ผมอาจสวาปามตับหมูอย่างเอร็ดอร่อยก็ได้

สิ่งที่กีดกันผมให้หมดโอกาสกินตับอร่อยๆ ก็เพราะอคติที่เรียกว่า ‘first impression’



first impression หรือภาพประทับแรกเป็นได้ทั้งความประทับใจและความไม่ประทับใจ ส่วนมากฝังใจแล้วฝังเลย

ภาพที่เราเห็นครั้งแรกมีผลต่อความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบ ถูกชะตาหรือไม่ถูกชะตา แล้วส่งผลต่อการตัดสินใจและหรือพฤติกรรมของเรา



เคยไหมที่ไปร้านขนมญี่ปุ่น เห็นหีบห่อขนมแต่ละชนิดแล้วอยากกวาดซื้อหมดทั้งร้าน เพราะมันดูดีเหลือเกิน ต่อให้ขนมไม่อร่อยก็ดูอร่อย

เคยไหมที่เห็นอาหารบางสัญชาติดูเหมือนของบูดเน่า เมื่อมีภาพประทับแรกแบบนี้ โอกาสที่จะอร่อยกับมันก็คงยาก

ในโลกธุรกิจ first impression เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ หลักการคือใช้การนำเสนอที่ดีทำให้เกิดภาพประทับแรกที่ดี แล้วลูกค้าก็อยากจะซื้อสินค้านั้นๆ



ในโลกของการทำงาน first impression มีอิทธิพลชี้ว่า คนสมัครงานคนหนึ่งจะได้งานหรือไม่ได้งาน บุคลิก การพูดจา กิริยาท่าทาง แววตา รอยยิ้ม ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจ หากผู้สมัครมีกิริยาหลุกหลิก ไม่สบตาคน แคะจมูก พูดทีน้ำลายฟุ้งกระจายออกมา โอกาสที่จะถูกชะตากันก็ลดลง โอกาสจะได้งานไม่ต้องพูดถึง

ในการขายงานต่อลูกค้า หากลูกค้าเห็นหน้าคนเสนองานแล้วไม่ถูกชะตา ก็มีโอกาสที่เขาจะไม่ได้งาน



แม้แต่เรื่องการหาคู่ first impression ก็มีบทบาทสูง สมมุติว่าคุณเป็นหญิงสาวสวยมีชายหนุ่มสองคนมาจีบ คนแรกพูดจาไม่สุภาพ มีกลิ่นปาก เวลาพูดก็ไม่เคยสบตาด้วย คนที่สองสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาดี ฉายแววฉลาด รอบรู้ โอกาสที่คนแรกจะได้ควงคู่กับคุณคงเป็นชาติหน้าตอนบ่ายๆ แม้ว่าเขาจะเป็นคนดีแสนดี

ว่าก็ว่าเถอะ การตัดสินคนหรือวัตถุด้วย first impression เป็นอคติอย่างหนึ่ง คนเก่งและสินค้าดีจำนวนมากมายไม่ได้เกิดเพราะ first impression ด้านลบ
โลกไม่ยุติธรรมเลย! คนเราตัดสินกันที่เปลือกทั้งนั้น!

มีทฤษฎีซึ่งอธิบายการที่คนเราชอบตัดสินกันที่เปลือกว่า การตัดสินกันที่เปลือกอาจเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของเราที่ฝังรากมาแต่ดึกดำบรรพ์ในรูปของสัญชาตญาณ

บรรพบุรุษยุคหินของเราใช้ชีวิตในป่า มักมีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีตัดสินสิ่งที่เห็นว่าเป็นอันตรายต่อตัวเองหรือไม่ ภาพประทับแรกบอกว่าสิงโตตัวนั้นจะกินเราหรือไม่ ผลไม้พันธุ์นั้นมีพิษหรือเปล่า คนป่าอีกเผ่าหนึ่งที่สวนทางกันจะทำอันตรายเราไหม

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสัญชาตญาณ love at first sight หรือ hate at first sight จะมาจากไหนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ความจริงคือตราบใดที่มนุษย์มีนัยน์ตา เราก็มักตัดสินเรื่องต่างๆ ที่เปลือกนอก

นี่มิได้ชี้แนะว่า การตัดสินคุณค่าของคนหรือวัตถุที่เปลือกนอกเป็นสิ่งดี แต่การเข้าใจกระบวนการทำงานของสมองด้าน first impression อาจช่วยให้เราไม่บ่นเมื่อถูกคนอื่นปฏิเสธ

มันทำให้เราเข้าใจว่าเราถูกปฏิเสธที่เปลือกนอกล้วนๆ ไม่ใช่ที่จิตวิญญาณของเรา

เราอาจถูกมองว่าไร้ค่า ทว่ามีแต่เราคนเดียวในโลกเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าเราไร้ค่าหรือไม่ เราไม่จำเป็นต้องเสียอารมณ์เพราะถูกคนอื่นปฏิเสธเพราะเปลือกนอก

สิ่งที่เราทำได้ก็คือข้ามพ้นการมองของคนอื่นโดยไม่ยี่หระ หรืออาจพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าเรามีดีภายใน



หลายปีก่อน เมื่อผู้สร้างภาพยนตร์ชุด เจมส์ บอนด์ ประกาศเลือก แดเนียล เครก เป็นพระเอกคนต่อไป กระแสต่อต้านเครกสูงมาก มีการตั้งเฟซบุ๊ครวมพลคนต่อต้าน แดเนียล เครก เป็น เจมส์ บอนด์ เพราะภาพลักษณ์ของเขาดูไม่เป็นสายลับ 007 เลย อาจเพราะเขาเล่นบทผู้ร้ายชั่วๆ มาหลายเรื่อง จนเมื่อผลงานเรื่องแรกในบทบาท เจมส์ บอนด์ ออกฉาย เสียงต่อต้านก็เงียบกริบเป็นปลิดทิ้ง ปัจจุบันเขาได้รับการตัดสินว่าเป็น เจมส์ บอนด์ ที่ดีที่สุดคนหนึ่ง หรืออาจจะดีที่สุดด้วยซ้ำ
โชคไม่ดีที่ไม่ทุกคนมีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองแต่เราก็ไม่จำเป็นต้องเหยียบตัวเองซ้ำ


ข้อเสียของการติดอยู่กับของภาพประทับแรกคือการเสียโอกาสบางอย่าง การปล่อยให้คนมีฝีมือหลุดไป ในตำนาน สามก๊ก ซุนกวนเสียโอกาสที่ไม่ได้คนเก่งอย่างบังทองมาร่วมทีม เพียงเพราะคำว่า first impression คำเดียว



แบรด พิตต์ ดาราหนังที่เคยได้รับฉายา เซ็กส์ ซิมโบล เคยกล่าวว่า “เมื่อคุณเห็นใครคนหนึ่ง คุณเพียงดูแค่หน้าตาของเขาเท่านั้นหรือ? มันเป็นเพียงความประทับใจแรกเท่านั้น ทีนี้ก็มีคนที่ไม่เตะตาเตะใจคุณทันที แต่เมื่อคุณคุยด้วย และพวกเขากลายเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดในโลก เหล่านักแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่พวกที่คุณเรียกว่า เซ็กส์ ซิมโบล หรอก”
ดาราหนังไม่ทุกคนที่เป็นนักแสดง
เราอาจไม่ใช่นักแสดง แต่เราทุกคนก็ต้องรับสองบทบาท บทบาทหนึ่งคือการถูกเลือก อีกบทบาทหนึ่งคือการเลือก

ในบทบาทการถูกเลือก ก็ปรับปรุงเปลือกนอกของเราให้ดูดีขึ้น มีเสน่ห์ขึ้น ซึ่งไม่ได้หมายถึงการผ่าตัดใบหน้า มันอาจเป็นการปรับปรุงเรื่องเล็กๆ เช่น การพูดจา การเดินเหิน เปลี่ยนนิสัยให้มีเมตตามากขึ้น ไปจนถึงการเติมความรู้รอบตัวเข้าไป


การปรับปรุง ‘แพ็คเกจจิ้ง’ ของเราให้น่าดูขึ้นหรือให้มีเสน่ห์ไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือหลอกลวง เพราะคนเก่งก็สามารถมีเสน่ห์ได้ แต่การปรับปรุงตัวเองให้สามารถภาพประทับแรกที่ดีต้องมาคู่กับการพิสูจน์ให้เห็นว่าภาพประทับแรกนั้นเป็นของจริง ไม่ใช่ของเก๊
ส่วนในบทบาทการเลือก ก็พัฒนาคุณภาพของ ‘นัยน์ตา’ ให้สามารถมองทะลุ first impression เพราะสิ่งที่อยู่เนื้อในต้องอาศัยตาที่แหลมคมจริงๆ จึงมองเห็น
การมองทะลุ first impression เข้าไปภายในเป็นเรื่องยาก ต้องมีวิสัยทัศน์ มีประสบการณ์ และบางครั้งต้องอาศัยความกล้าด้วย
การก้าวข้ามกับดักของ first impression ยากเอาการ...
ใช่ ยาก! เพราะถึงวันนี้ผมก็ยังไม่กินตับ!

วินทร์ เลียววาริณ
www.winbookclub.com



คมคำคนคม
Don’t be over self-confident with your first impressions of people.
จงอย่ามั่นใจเกินไปกับภาพประทับแรกของคน



สุภาษิตจีน
Almost everyone will make a good first impression, but only a few will make a good lasting impression.
คนเกือบทั้งหมดสร้างภาพประทับใจแรก แต่น้อยคนนักสามารถสร้างภาพประทับใจที่ดำรงอยู่เนิ่นนาน
Sonya Parker




ยิ่งน้อยยิ่งมาก ( Less is more )


ความสุขเล็กๆ



ยิ่งน้อยยิ่งมาก 


Less is more
น้อยแต่มาก / ทำน้อยแต่ได้มาก / ง่ายแต่งาม

Robert Browning

สำนวน less is more นั้นปรากฏครั้งแรกในศตวรรษที่19 ในบทกวีของกวีเอกชาวอังกฤษ ‘โรเบิร์ต บราวนิ่ง’ 

"Less is more", a phrase from the 1855 poem "Andrea del Sarto, called 'The Faultless Painter'" by Robert Browning


ลุดวิก มีส แวน เดอร์โรห์ (1886-1969)

นอกจากนี้ในวงการออกแบบก็มี ‘ลุดวิก มีส แวน เดอร์โรห์’ สถาปนิกชาวเยอรมันที่เป็นผู้บุกเบิกนำปรัชญาดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบอาคาร โดยงานของเค้าส่วนใหญ่เรียบง่ายแต่พิถีพิถัน การใช้แผ่นกระจกแทนผนังปูนทำให้ภายในตัวอาคารดูโปร่งโล่งสบายตา

ศิลปะแบบ less is more หรือสำนัก Minimalism นี้มีหลักคิดคือ “การใช้ส่วนประกอบที่น้อยแต่ได้ผลมาก ตัดทอนสิ่งไม่จำเป็นออกไป” ซึ่งศิลปะญี่ปุ่นถือเป็นอีกหนึ่งในแม่แบบของแนวคิดนี้ ตรงที่เน้นความเรียบง่าย แสดงสัจจะของธรรมชาติอย่างตรงไปตรงมา

แม้แต่ในวงการเพลง ศิลปินหลายคนก็ให้ความสำคัญกับแนวคิด less is more อย่างเช่น “ฟลี” มือเบสพระกาฬของวงร็อค Red Hot Chili Peppers เคยเผยว่าในชุด Blood Sugar Sex Magik ที่ทำให้พวกเค้าดังถล่มทลายขึ้นมานั้น พวกเค้าได้ปรับแนวทางการเล่นจากเดิมที่ใส่ไม่ยั้ง (ฟังแล้วรก) ก็เพลาลง หันมาเล่นให้มันง่ายขึ้นและน้อยลง(น้อยแต่เน้นๆ) หรือแม้แต่ศิลปินป็อบอย่างแม่สาวแสบ “บริทนีย์ สเปียร์” เองก็เคยออกมายอมรับทีหลังว่าในอัลบั้มที่สี่ In The Zone นั้นมันเยอะไป ถ้าย้อนกลับไปได้เธอจะทำให้มันน้อยๆลงหน่อย




ยิ่งน้อยยิ่งมาก 

Ludwig Mies van der Rohe
หนึ่งในปรัชญาการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่ผมร่ำเรียนมาคือ "Less is more" (ยิ่งน้อยยิ่งมาก) ที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายจากงานของสถาปนิก ลุกวิก มิส แวน เดอ โรห์ 

โดยการออกแบบอาคารแบบเรียบง่าย เป็นกล่องโล่ง ไม่รกรุงรัง ปรัชญานี้เรียก Minimalism ปรากฏในงานศิลปะสายต่างๆ ฟังดูคล้ายๆ ปรัชญาเต๋าหรือเซน 

และเช่นเดียวกับปรัชญาเต๋ากับเซน ไม่ทุกคนที่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้ และแม้จะเข้าใจ ก็ไม่ใช่เรื่องที่กระทำได้ง่ายดาย 

การออกแบบอาคารและศิลปะด้านอื่นๆ จำนวนมากมายที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ จึงยังเต็มไปด้วย 'ความมาก' (อย่างที่อาจารย์วิชาออกแบบมักใช้คำว่า 'รกรุงรัง' ) ที่เรียกว่า 'การออกแบบชั้นเลว' ห่างไกลจากประโยค Less is more หลายโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเพราะคนออกแบบไม่เข้าใจปรัชญานี้ หรือเพราะจงใจไม่เข้าใจปรัชญานี้ หรือเพราะระบบพาณิชย์ที่สอนให้เชื่อว่า 'ยิ่งมากยิ่งคุ้ม' 

ความจริง "ยิ่งน้อยยิ่งมาก" ไม่เป็นเพียงปรัชญาในการออกแบบ แต่เป็นวิถีการใช้ชีวิตด้วย 




ชีวิตของหลายๆ คนเป็นการออกแบบที่รกรุงรัง ปะทับด้วยองค์ประกอบมากมายที่ไม่จำเป็น บางคนซื้อบ้าน 6-7 ห้องนอน เป็นเจ้าของรถยนต์ 3-4 คัน ทั้งที่มีสมาชิกในบ้านเพียงสองคน บางคนเก็บสะสมเงินเป็นหมื่นล้าน แต่ยังโลภขึ้นเรื่อยๆ บางคนไม่หิวแต่ก็สั่งอาหารเต็มโต๊ะ ฯลฯ 

ในโลกที่นิยมความใหญ่ ความมาก ความสูงสุด อะไรๆ ก็มักเกินความพอดี และกลายเป็นการออกแบบชั้นเลวไปอย่างง่ายดาย 

หนังลงทุนสูงมิแน่นักว่าจะเป็นหนังดี คนมีบ้านใหญ่โตไม่แน่ว่าจะมีความสุข สะสมทรัพย์สินร้อยล้านพันล้านหมื่นล้าน ก็ไม่ได้รับประกันว่าชีวิตจะราบรื่น 

ตรงกันข้าม พวกเขาเหล่านั้นอาจทุกข์กว่าคนยากไร้ด้วยซ้ำ เพราะบางครั้งทรัพย์สินก็เช่นไขมันชั้นเลว มักตามมาด้วยโรคต่างๆ : ความหวาดระแวง ความกลัว ความโลภ ฯลฯ 


มองในมุมมองของธรรมชาติ ทุกชีวิตสร้างมาจากความน้อยที่สุด จำนวนเซลล์น้อยที่สุดที่ทำงานได้ อวัยวะน้อยที่สุดที่ทำให้ร่างกายเดินหน้าได้ 

มีแต่คนที่ลองใช้ชีวิตจริงๆ จะพบว่า ยิ่งน้อยยิ่งดี ยิ่งรัดกุมยิ่งมีประสิทธิภาพ 

ในทางการใช้ชีวิตด้วยความพอเพียงพอดี ต่างหากคือการออกแบบชั้นดี 

เช่นเดียวกับสารเคมีแห่งความแจ่มใสที่เกิดจากการออกกำลังกาย ฮอร์โมนที่เกิดจากการใช้ชีวิตพอเพียงคือความสุขใจ 



สุขจากเรื่องเล็กๆ 
บทสรุปการวิจัยของสถาบันศึกษาแห่งหนึ่งในยุโรปไม่นานมานี้เผยว่า ผู้คน 64 เปอร์เซ็นต์ที่บอกว่าตนเองมีความสุข ใช้ชีวิตกับพ่อแม่ คู่รัก เพื่อน เสมอๆ พวกเขาบอกว่า แสงแดดและจุมพิตจากคนที่รักช่วยได้มาก 

ผลวิจัยยังชี้ว่า คนที่ไม่มีความสุขใช้เวลากับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ตัวเลขคือ 69 เปอร์เซ็นต์ท่องอินเทอร์เน็ต 45 เปอร์เซ็นต์ผ่านเวลาหน้าจอโทรทัศน์ 

เห็นชัดว่าความสุขมักไม่เกิดมาจากความ 'ครบ' ในทางวัตถุ 

ความสุขมักไม่เกิดจากเรื่องใหญ่ ไม่ใช่ล็อตเตอรีรางวัลที่หนึ่ง แจ็คพ็อตหลายสิบล้านบาท ไม่ใช่บ้านใหญ่โตบนพื้นที่หลายสิบไร่ 




ความสุขเป็นเรื่องเล็กๆ เกิดจากสิ่งเล็กๆ 
เรียบง่าย สมส่วน ลงตัว ไม่มากเกิน ไม่น้อยไป 
ความสุขเกิดจากการมองโลกในเชิงบวก คิดด้านลบให้น้อยเข้าไว้ 

อย่าคาดหวังว่าคนอื่นจะทำให้เราสุข เราสุขด้วยตัวเราเอง ความสุขเป็นเรื่องที่เราต้องรับผิดชอบหามาเอง 

อย่าได้อิจฉาริษยาเพื่อนที่เก่งกว่า ร่ำรวยกว่า เพราะไม่ว่าคุณจะเก่งกาจเลอเลิศแค่ไหน ก็จะมีคนอื่นที่หน้าตาดีกว่าคุณ ฉลาดกว่าคุณ เก่งกว่าคุณเสมอ (และที่น่าช้ำใจคือ มีแฟนหน้าตาดีกว่าแฟนของคุณด้วย!) 

สรีระไม่ใช่สิ่งที่เรากำหนดได้ แต่เราออกแบบชีวิตของเราเองได้ 
จะเลือกออกแบบให้ 'รกรุงรัง' หรือ 'ยิ่งน้อยยิ่งมาก' ก็แล้วแต่เรา 

วินทร์ เลียววาริณ



Less is more 
เลือกใช้ให้ถูกที่ จังหวะ และเวลาที่เหมาะสม ชีวิตจะมีความสุข
แต่ในบางกรณียิ่งมากยิ่งดี เช่น เรียนรู้มาก ก็ยิ่งเห็นมาก 
Learn more. See more. 





ครัวสุข ตอน สลัด


ベジタリズム


ครัวสุข ตอน สลัด
วันนี้ขอเสนอสูตรการทำสลัดอร่อย มีประโยชน์กับร่างกาย เสพแล้วสบายใจ ไม่มีทุกข์ ไม่มีโศก


1. สลัดลั่นทม


เครื่องปรุง
ต้นหรือใบหรือดอกลั่นทม, น้ำแข็ง, น้ำหวาน, ดอกรัก

วิธีทำ
ลั่นทม ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ก่อให้เกิดความรู้สึกโศกเศร้าระทม ยางของมันเป็นพิษและมีฤทธิ์เป็นกรด 


ดังนั้น สลัดลั่นทม จะอร่อยได้ ต้องทำลายฤทธิ์กรดพิษของมันเสียก่อน


นำต้นหรือใบหรือดอกลั่นทมมาแช่น้ำใน น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด ความเย็นจะทำให้ยางพิษของมันหลุดลอก มองเห็นแก่นแท้ของ ‘ลั่นทม’ ว่าไม่มีอะไรมากไปกว่าการยึดติดของเราเอง


นำ ลั่นทมไร้พิษ นั้นมาปรุง โดยคลุกกับ กลีบดอกรัก เข้าไปในปริมาณตามชอบใจ ราดด้วย น้ำหวาน พอประมาณเพื่อข่มความขม ก็จะได้สลัดลั่นทมอร่อย เสพแล้วจะปลอดพิษ ‘ลั่นทม’ เข้าใจสัจธรรมของโลกว่า ทุกข์เกิดได้ ก็ดับได้


2. สลัดบ๊วย


เครื่องปรุง
บ๊วย, เนื้อสันติ์ใน, น้ำแข็ง, ยอดมัน, ดอกรัก


วิธีทำ
คล้ายๆ ต้นลั่นทม บ๊วย ก็ออกฤทธิ์กับระบบประสาทเช่นกัน ทำให้เกิดความรู้สึกยอมแพ้ ความอายเพื่อน และทำให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยไร้ค่า (Inferiority Complex)


เนื่องจาก บ๊วย เป็นของต่ำ (‘บ๊วย’) จึงต้องแก้ฤทธิ์ด้วยของสูงคือ ยอดมัน (‘ยอด’) นำบ๊วยมาคลุกกับยอดมันที่หั่นเป็นชิ้นๆ จนบ๊วยหมดฤทธิ์ ไม่เป็นพิษต่อผู้เสพ 


หลังจากนั้นนำมาคลุกกับ ดอกรัก จนเป็นเนื้อเดียวกัน เติม เนื้อสันติ์ใน (เนื้อในของสันติ) ในปริมาณตามใจชอบ ยิ่งมากยิ่งหอมหวาน อนึ่ง เนื้อสันติ์ในควรปรุงให้ ‘สุข’ ก่อนผสมในสลัด


กินแล้วได้ทั้ง ความอร่อยและสุขภาพใจดีเยี่ยม เพิ่มระดับสันติสุขในตัวเองและครอบครัว



3. สลัดระกำ

เครื่องปรุง
ระกำ, ดอกรัก, เนื้อสันติ์ใน, ดอกบานชื่น


วิธีทำ
ระกำ เป็นพืชตระกูลเดียวกับลั่นทม, ดอกโศก, สีเสียด และแสลงใจ มีฤทธิ์เป็นกรดละหยางสุดขั้ว ทำลายระบบความคิดของผู้เสพ ทำให้คิดไม่กระจ่างแจ้ง นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้ใจไม่สงบ 


ดังนั้นการทำสลัดระกำที่อร่อย ต้องทำลายฤทธิ์ ‘ระกำ’ ลงเสียก่อน โดยการจุดไฟเผาระกำให้มันห่อตัวจนเหลือขนาดเล็กนิดเดียว


นำ ซากระกำ มาคลุกกับ ดอกรัก และ เนื้อสันติ์ใน จนเข้าที่ โรย กลีบดอกบานชื่น เพื่อให้กินแล้วชื่นบาน


กินบ่อยๆ อาการชอกช้ำระกำใจน่าจะลดหาย กินนานๆ ใจจะแช่มชื่นเป็นสุข เข้าใจสัจธรรมของชีวิตว่า ความระกำเป็นแค่การยึดติดของเราเอง


4. สลัดแห้ว

เครื่องปรุง
แห้ว, น้ำมัน, เนื้อสันติ์ใน, ดอกบานเย็น, น้ำหวาน


วิธีทำ
แห้ว ออกฤทธิ์ให้เกิดความรู้สึกยอมแพ้ต่อชะตากรรม มีธาตุหยินสุดขั้ว ก็คือธาตุลบนั่นเอง ทำให้มองทุกอย่างเป็นลบ กินเปล่าๆ จะทำลายระบบความคิด ทำให้จิตใจหดหู่ หม่นหมอง ซึ่งเป็นอาการหยินมากไป


ดังนั้นการทำสลัดแห้วที่ดี สิ่งแรกคือทำลายฤทธิ์หยินลงก่อน โดยการสับแห้วให้เป็นชิ้นเล็กละเอียด บดความเป็น ‘แห้ว’ ให้หมดไป หลังจากนั้น เจียวแห้วด้วยความร้อน (หยาง) ให้มันลดความเป็นลบลงจนสมดุล


คลุก แห้ว กับ เนื้อสันติ์ใน เติม ดอกบานเย็น เข้าไปมากๆ ราดด้วย น้ำหวาน เล็กน้อย


เสพเมนูจานนี้แล้ว อาการ ‘แห้ว’ จะลดลง ถ้ากินติดต่อกันนานๆ ก็จะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับอาการแห้วอีก เข้าใจชีวิตว่า ถ้าไม่ท้อถอยเสียก่อน แห้ววันนี้ ยังมีสิทธิ์สำเร็จในวันพรุ่งนี้



5. สลัดสีเสียด

เครื่องปรุง
สีเสียด, ดอกพุทธรักษา, ดอกรัก, ดอกบานชื่น, น้ำแข็ง


วิธีทำ
สีเสียด เป็นพืชที่โดยตัวมันเองเป็นพิษ กินได้ในปริมาณน้อยโดยไม่ทำอันตราย แต่หากกินมากๆ จะออกฤทธิ์ให้ลมหายใจมีพิษ ทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ รับพิษไปด้วย ส่งผลให้เกิดความเกลียดชังซึ่งกันและกัน


การปรุง สลัดสีเสียดจึงต้องทำลายพิษเสียก่อนโดยการแช่ใน น้ำเย็นจัด ความเย็นทำให้อาการเกลียดลดลง โรย ดอกพุทธรักษา (5 ฟรือ 8 ดอกสำหรับฆราวาส 227 ดอกสำหรับพระ) พุทธรักษาจะลดพิษสีเสียดจนเจือจางและหายไป จากนั้นจึงนำสีเสียดที่ไร้พิษมาคลุกกับ กลีบดอกรัก หรือ ดอกพุทธรักษา โรยด้วย กลีบดอกบานชื่น


กินแล้วจะลดอาการอยากเสียดสีคนอื่นโดยสิ้นเชิง

สูตรสลัดเหล่านี้คือสูตรสลัดทุกข์ สลัดโศก สลัดความระทมระกำช้ำใจ สลัดความเป็นบ๊วย สลัดความคิดด้านต่ำ แล้วเติมหัวใจด้วยความรู้สึกดีๆ ปรุงกินได้บ่อยๆ ไม่เป็นพิษเป็นภัย ไม่แสลง กินแล้วมีความสุข ชีวิตสงบสันติไปอีกนาน


คมคำคนคม
Usually when people are sad, they don’t do anything. They just cry over their condition. But when they get angry, they bring about a change.


ปกติเมื่อคนเศร้าเสียใจ พวกเขาไม่ทำอะไร แค่ร้องไห้กับสภาพการณ์ของตน แต่เมื่อพวกเขาโกรธ กลับก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง


Malcolm X (1925 - 1965),
Malcolm X Speaks, 1965


วินทร์ เลียววาริณ




1
2

Wish You Happinessss

Success is not the key to happiness. Happiness is the key to success. 
If you love what you are doing, you will be successful. 

~ Albert Schweitzer ~

 คัมภีร์ 5 ห่วง  วิถีแห่ง "ซามูไร" วิถีแห่งนักรบ "บูชิโด"   แนวคิดของตัวเม่น   GOOD LUCK สร้างแรงบันดาลใจเพื่อความสำเร็จ ในชีวิตและธุรกิจด้วยตัวคุณเอง    Why complicate life ?   3 x 8 = เท่าไหร่ ?????   "ฉันชื่อ..โอกาส"

Wish You Happinessss