มีทฤษฎีซึ่งอธิบายการที่คนเราชอบตัดสินกันที่เปลือกว่า การตัดสินกันที่เปลือกอาจเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของเราที่ฝังรากมาแต่ดึกดำบรรพ์ในรูปของสัญชาตญาณ บรรพบุรุษยุคหินของเราใช้ชีวิตในป่า มักมีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีตัดสินสิ่งที่เห็นว่าเป็นอันตรายต่อตัวเองหรือไม่ ภาพประทับแรกบอกว่าสิงโตตัวนั้นจะกินเราหรือไม่ ผลไม้พันธุ์นั้นมีพิษหรือเปล่า คนป่าอีกเผ่าหนึ่งที่สวนทางกันจะทำอันตรายเราไหม อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสัญชาตญาณ love at first sight หรือ hate at first sight จะมาจากไหนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ความจริงคือตราบใดที่มนุษย์มีนัยน์ตา เราก็มักตัดสินเรื่องต่างๆ ที่เปลือกนอก นี่มิได้ชี้แนะว่า การตัดสินคุณค่าของคนหรือวัตถุที่เปลือกนอกเป็นสิ่งดี แต่การเข้าใจกระบวนการทำงานของสมองด้าน first impression อาจช่วยให้เราไม่บ่นเมื่อถูกคนอื่นปฏิเสธ มันทำให้เราเข้าใจว่าเราถูกปฏิเสธที่เปลือกนอกล้วนๆ ไม่ใช่ที่จิตวิญญาณของเรา เราอาจถูกมองว่าไร้ค่า ทว่ามีแต่เราคนเดียวในโลกเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าเราไร้ค่าหรือไม่ เราไม่จำเป็นต้องเสียอารมณ์เพราะถูกคนอื่นปฏิเสธเพราะเปลือกนอก สิ่งที่เราทำได้ก็คือข้ามพ้นการมองของคนอื่นโดยไม่ยี่หระ หรืออาจพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าเรามีดีภายใน
คมคำคนคม Don’t be over self-confident with your first impressions of people. จงอย่ามั่นใจเกินไปกับภาพประทับแรกของคน
สุภาษิตจีน Almost everyone will make a good first impression, but only a few will make a good lasting impression. คนเกือบทั้งหมดสร้างภาพประทับใจแรก แต่น้อยคนนักสามารถสร้างภาพประทับใจที่ดำรงอยู่เนิ่นนาน Sonya Parker
สำนวน less is more นั้นปรากฏครั้งแรกในศตวรรษที่19 ในบทกวีของกวีเอกชาวอังกฤษ ‘โรเบิร์ต บราวนิ่ง’ "Less is more", a phrase from the 1855 poem "Andrea del Sarto, called 'The Faultless Painter'" by Robert Browning
ศิลปะแบบ less is more หรือสำนัก Minimalism นี้มีหลักคิดคือ “การใช้ส่วนประกอบที่น้อยแต่ได้ผลมาก ตัดทอนสิ่งไม่จำเป็นออกไป” ซึ่งศิลปะญี่ปุ่นถือเป็นอีกหนึ่งในแม่แบบของแนวคิดนี้ ตรงที่เน้นความเรียบง่าย แสดงสัจจะของธรรมชาติอย่างตรงไปตรงมา
แม้แต่ในวงการเพลง ศิลปินหลายคนก็ให้ความสำคัญกับแนวคิด less is more อย่างเช่น “ฟลี” มือเบสพระกาฬของวงร็อค Red Hot Chili Peppers เคยเผยว่าในชุด Blood Sugar Sex Magik ที่ทำให้พวกเค้าดังถล่มทลายขึ้นมานั้น พวกเค้าได้ปรับแนวทางการเล่นจากเดิมที่ใส่ไม่ยั้ง (ฟังแล้วรก) ก็เพลาลง หันมาเล่นให้มันง่ายขึ้นและน้อยลง(น้อยแต่เน้นๆ)หรือแม้แต่ศิลปินป็อบอย่างแม่สาวแสบ “บริทนีย์ สเปียร์” เองก็เคยออกมายอมรับทีหลังว่าในอัลบั้มที่สี่ In The Zone นั้นมันเยอะไป ถ้าย้อนกลับไปได้เธอจะทำให้มันน้อยๆลงหน่อย
Less is more เลือกใช้ให้ถูกที่ จังหวะ และเวลาที่เหมาะสม ชีวิตจะมีความสุข แต่ในบางกรณียิ่งมากยิ่งดี เช่น เรียนรู้มาก ก็ยิ่งเห็นมาก Learn more. See more.